Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เปิดตัว “TKR Connect” แพลตฟอร์มจัดหางานครบวงจร สร้างมิติใหม่รองรับแรงงานต่างด้าวอย่างถูก กม.

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2567 ที่ร้านอาหารย่านนนทบุรี บริษัท ทีเคอาร์โบรกเกอร์เรจ จำกัด และ บริษัท ทีเอ็กซ์อาร์เอ็กซ์ เซอร์วิส จำกัด จัดงานเลี้ยงและแนะนำแพลตฟอร์ม TKR Connect ซึ่งเป็นศูนย์กลางให้บริการด้านแรงงานต่างด้าวครบวงจร โดยมีบริษัทพันธมิตรให้ความร่วมมือ ประกอบด้วย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิตัล มีเดีย จำกัด (สถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์) และกลุ่มโรงพยาบาล ไอเอ็มเอช โดยมีตัวแทนกลุ่มลูกค้า อีกกว่า 200 ราย เข้าร่วมงาน

บรรยากาศบนเวที มีวิทยากรให้ความรู้ในด้านแรงงานเกี่ยวกับขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยมีตัวแทนวิทยากรจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนกระทรวงแรงงาน ประธานบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตัวแทนผู้บริหารบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนผู้บริหาร TKR Connect และมีผู้ดำเนินรายการจาก บริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิตัล มีเดีย จำกัด

นายธนัตถ์ ศรมณี ประธานที่ปรึกษา บริษัท ทีเคอาร์โบรกเกอร์เรจ จำกัด กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนและการต่ออายุแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย ในฐานะที่บริษัทของตนให้บริการด้านนี้มายาวนาน จึงได้ริเริ่มช่องทางที่ตอบโจทย์ให้กับทั้งผู้ประกอบการและแรงงาน จนเป็นที่มาของ TKR Connect ที่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดสร้างให้บริษัทที่เป็น บลจ.เข้ามาได้หมด ตอนนี้เริ่มมีหลายบลจ.เข้ามามีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มของเรา ตอนนี้ Tiktok มียอดผู้ติดตามจำนวนกว่า 2 ล้านคน ทางบริษัทฯ ได้ร่วมพูดคุยกับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรม เพื่อเปิดช่องทางให้นายจ้างเข้ามาหาบลจ. ตนยืนยันมาตลอดว่าการให้บริการผ่านบลจ.ดีกว่านายจ้าง เพราะบลจ.ทุกท่านมีประสบการณ์ และยังแก้ไขปัญหาให้กับนายจ้างได้ ปัจจุบันนายจ้างเมื่อนำแรงงานต่างด้าวเข้ามา แต่แก้ไขปัญหาไม่ได้

TKR Connect ถือเป็นช่องทางใหม่บนแพลตฟอร์มใหม่ ของนายจ้างที่ต้องการลูกจ้างก็สามารถเข้ามาอยู่ใน app ได้ ส่วนลูกจ้างต้องการพบกับนายจ้างก็มาตรงจุดนี้ที่เป็นจุดศูนย์รวมกลาง เราได้รวบรวมการบริการทั้งหมดไว้

ด้าน นายมงคล สงคราม รองอธิบดีกรมจัดหางาน กล่าวถึงมติครม. เรื่องการจดแรงงานเถื่อนที่ไม่ถูกต้องที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอยู่แล้ว ก็จะดำเนินการให้ถูกต้อง และ แรงงานที่ได้รับการผ่อนผันตามมติครม.ในหลายๆมิติที่ผ่านมา โดยใบอนุญาตการทำงานจะหมดวันที่ 13 ก.พ. 68 ตรงนี้เราจะมีขั้นตอนมีวิธีการให้แรงงานต่างด้าวที่จะทำงานต่อได้เข้าทำงานในระบบ MOU พิเศษ ซึ่งก็ผ่อนผันให้ทำงานได้อีก 2 ปี ซึ่งจะมีขั้นตอนกระบวนการตามที่กรมประกาศ แต่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการร่างประกาศของมหาดไทยและประกาศของกระทรวงแรงงาน ซึ่งคาดว่าในเร็วๆนี้จะได้ขึ้นทะเบียนและได้ต่อใบอนุญาต ซึ่งเมื่อแรงงานต่างด้าว ทั้งผู้ต้องการใช้แรงงานและผู้ใช้แรงงาน ได้มารวมตัวใน TKR Connect ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อพูดถึงภาพรวมของประเทศไทยทั้งฝั่งแรงงานต่างด้าวและนายจ้างเอง ถือว่ามีความสำคัญในภาคเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างยิ่ง

ขณะที่ ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการบริษัททิพยประกันภัย กล่าวถึงการได้รับเกียรติจาก TKR Connect ในการเลือกประกันทิพยประกันภัยให้เป็นบริษัทที่จะเป็นผู้ประกันภัยแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพราะบริษัทของเราเป็นบริษัทประกันภัยที่อยู่กับประเทศไทยมายาวนาน ปีนี้ครบ 73 ปีเป็นหนึ่งในบริษัทประกันภัยที่พูดได้อย่างเต็มปากที่เป็นกลุ่มชั้นนำของประเทศไทย บริษัทเรามีความแข็งแกร่งในด้านการเงินและการให้บริการ วันนี้ตนมาร่วมงานก็อยากจะให้คำมั่นกับทุกท่านว่าทิพยประกันภัยพร้อมจะดูแลคน หรือลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างดีอย่างที่สุดเรามีเครือข่ายมีศูนย์ call center หากพบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆก็ตามให้ติดต่อศูนย์ call center เรายินดีพร้อมให้บริการและหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ตนเองยินดีที่จะลงมาร่วมแก้ไขปัญหาให้กับทุกท่าน

ด้าน นายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการบริหาร สถานีข่าวท็อปนิวส์ กล่าวถึงการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกับ TKR Connect หลังจากทีมข่าวลงพื้นที่ทำข่าวจนสะท้อนปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในบริษัทแต่ไร้สิทธิ์การประกัน เพราะบริษัทประกันไม่มีตัวตนอยู่จริง ตลอดจนปัญหาหลากหลายมิติของแรงงานต่างด้าว จนกระทั่งมาพบกับ TKR Connect ที่มีบริษัทประกันภัยเป็นบริษัททิพยประกันภัย มีตัวตนจริง ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีของแรงงานต่างด้าว และการเป็นหนึ่งในพันธมิตร ก็จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ช่องทางบอกเล่าสิ่งดีๆที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว เพื่อเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวได้รับทราบถึงแพลตฟอร์มนี้

สำหรับ TKR Connect ให้บริการแบบ One Stop Service ที่ให้บริการทั้ง บริการขึ้นทะเบียนแรงงานถูกกฎหมาย, บริการประกันแรงงาน, บริการตรวจสุขภาพแรงงาน, บริการจัดหาตั๋วเครื่องบิน MOU และรถขนส่งสำหรับแรงงาน, บริการให้คำปรึกษาเอกสารและพิธีการด้านแรงงาน, บริการต่ออายุ MOU และต่ออายุเอกสารแรงงาน, บริการซิมการ์ดสำหรับแรงงาน และบริการจัดหาแรงงานให้นายจ้างจัดสอนให้แรงงาน

ที่มา: Topnews, 23/11/2567

สื่อนอกเผย ‘นิสสัน’ เตรียมปลด-โยกย้ายพนักงาน 1,000 ตำแหน่งใน ‘ไทย’

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (Nissan) เตรียมปลดหรือโยกย้ายพนักงานราวๆ 1,000 ตำแหน่งในประเทศไทย โดยเป็นตามแผนลดกำลังการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลดการจ้างงานลงทั่วโลก

รอยเตอร์อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าว 2 คนซึ่งระบุว่า นิสสันมีแผนที่จะหยุดการผลิตบางส่วนที่โรงงานหมายเลข 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในสองโรงงานประกอบรถยนต์ของนิสสันที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยจะย้ายไปรวมกับโรงงานหมายเลข 2 ภายในเดือน ก.ย. ปีหน้า

โฆษกนิสสันปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนปลดพนักงาน แต่ระบุว่าการควบรวมโรงงานทั้ง 2 แห่งเข้าด้วยกันบางส่วนก็เพื่ออัปเกรดเครื่องไม้เครื่องมือ โดยจะไม่มีการปิดโรงงานเกิดขึ้น

“โรงงานหมายเลข 1 จะยังคงเป็นฐานการผลิตใหญ่ของเราในประเทศไทยต่อไป” โฆษกนิสสันกล่าว

เมื่อต้นเดือน พ.ย. นิสสันได้ประกาศแผนปลดพนักงานทั่วโลก 9,000 ตำแหน่ง หลังรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกตกต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยในสหรัฐฯ จะมีพนักงานราว 6% ที่ลาออกจากนิสสันภายในสิ้นปีนี้ตามโครงการเกษียณก่อนกำหนด

นิสสันมีโรงงานประกอบรถยนต์ 2 แห่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยโรงงานหมายเลข 1 มีกำลังผลิตสูงสุดประมาณ 220,000 คัน ขณะที่โรงงานหมายเลข 2 มีกำลังผลิตอยู่ที่ 150,000 คัน ทำให้ไทยถือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์นิสสันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถนิสสันในไทยดิ่งฮวบถึง 30% ลงมาอยู่ที่ราวๆ 14,000 คันในช่วงปีการเงินที่ผ่านมา และในขณะที่ค่ายรถญี่ปุ่นเจ้าอื่นๆ อย่างเช่น โตโยต้าและฮอนด้าครองตลาดในประเทศไทยมานานแล้ว แต่ก็กำลังถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดโดยรถยนต์ไฟฟ้าของจีนอย่าง BYD และ SAIC เป็นต้น

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 23/11/2567

รมว.แรงงาน เล็งเพิ่มจ้างงานบนแพลตฟอร์ม ให้สิทธิประกันสังคมเข้าถึง ปฏิรูปแรงงานยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และคณะกรรมการประกันสังคม และที่ปรึกษา (ชุดที่ 14) รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ได้หารือแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารของศูนย์การบรรยายข้อมูลด้านดิจิทัลของเอสโตเนีย ในด้านแรงงานเชื่อมข้อมูลที่ทันสมัยและศึกษาเรื่อง e-voting ให้บริการเข้าถึงประชาชน (e-Estonain Briefing Centre) ณ กรุงทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การนำเสนอวันนี้ ทำให้ทราบถึงพัฒนาการและการปฏิรูประบบดิจิทัลของประเทศเอสโตเนีย ที่สามารถจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (x-road) เชื่อมโยงได้กว่า 100,000 ฐานข้อมูลและ สามารถรับและ ส่งข้อมูลถึงกันได้ รวมทั้งการใช้ Electronic card หรือส่งเสริมการเพิ่มอัตราการเกิด และ แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้โดย ให้ประชาชน มีงานทำถ้วนหน้าบน platform online ซึ่งขณะนี้สามารถ รวบรวมการจ้างงานได้แล้วประมาณ 32,500 บริษัท รวมถึงการจัดการและการให้บริการด้านดิจิทัล โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงแรงงาน รวมถึงสำนักงานประกันสังคม ในการขยายมุมมองการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาองค์กรด้วยนวัตกรรมไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการให้บริการ แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven organization) ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ขณะนี้ศูนย์การบรรยายข้อมูลด้านดิจิทัลของเอสโตเนีย (e-Estonain Briefing Centre) ได้มีระบบ e-voting หรือการเลือกตั้งแบบออนไลน์ซึ่งมีการทดลองให้บริการเรียบร้อยร้อยแล้วควบคู่กับการเลือกตั้ง on site แบบนี้ ซึ่งในปี 2023 ได้มีผลสำรวจออกมาว่า ประชาชนออกมาเลือกตั้งแบบออนไลน์ เยอะกว่า แบบเดิมแล้วเรียบร้อยแล้ว เป็นอัตราส่วนร้อยละ 51:49 ซึ่งผมมีความสนใจที่จะนำมาใช้ในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ในอนาคต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนายจ้าง และลูกจ้างผู้ประกันตน ได้ออกมาใช้สิทธิ์กันให้มากที่สุด” นายพิพัฒน์ กล่าว

ที่มา: มติชนออนไลน์, 22/11/2567

สถานทูตแจง แรงงานไทยในอิสราเอล ถูกนายจ้างทิ้ง ประสานญาติแล้ว เร่งตามตัวช่วยเหลือ

กรณีแรงงานไทยในอิสราเอล โพสต์คลิปตามหาญาติของชายหนึ่ง ซึ่งมีอาการป่วยหลังมาทำงานที่อิสราเอล ก่อนจะมีผู้คอมเมนต์ว่า ชายคนนี้เข้าโรงพยาบาลแล้วนายจ้างไม่เอา ให้แท็กซี่ขับมาส่งที่แคมป์คนงาน เพื่อนๆ ช่วยกันติดต่อไปยังสถานทูตไทยในอิสราเอล ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ บอกว่าให้ซื้อตั๋วกลับไปเอง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามที่ได้มีการลงข่าวเกี่ยวกับแรงงานไทยที่อิสราเอลรายหนึ่ง ถูกนายจ้างทิ้งให้เร่รอน และเคยขอความช่วยเหลือจากสถานทูตแต่ถูกปฏิเสธให้ซื้อตั๋วกลับไทยเองนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดตามจนทราบชื่อแรงงานไทยที่ถูกระบุถึง รวมถึงได้รับการประสานจากญาติของแรงงานไทยคนดังกล่าวด้วยแล้ว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานไทยคนดังกล่าวลาออกจากนายจ้างตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 และปัจจุบันอาศัยอยู่ในอิสราเอล อย่างไม่ถูกกฎหมาย

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบด้วยว่า แรงงาน นายจ้าง หรือเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้ประสานมายังสถานเอกอัครราชทูตฯ ก่อนหน้านี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะติดตามตัวแรงงานดังกล่าว เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

ที่มา: ข่าวสด, 22/11/2567

พนักงานส่งพัสดุรวมตัวประท้วง ถูกกดขี่แรงงาน-หักลดเงินค่าตอบแทน

พนักงานส่งพัสดุ ทำงานก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน แถมเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน แต่กลับเจอนายจ้างกำหนดเงื่อนไขการทำงานแบบเยอะแยะ ตั้งคำถามว่าไม่เป็นธรรมหรือไม่

ภาพที่พนักงานบริษัทขนส่งชื่อดังหยุดงานมารวมตัวกันหน้าสำนักงานใหญ่ ย่านสะพานตากสิน ถือกระดาษข้อความระบายความเดือดร้อน และความไม่เป็นธรรมที่ได้รับจากนโยบายบริษัทเปลี่ยนไป ที่เคยให้เงินเดือน ก็ปรับลดเงินเดือนลง 30 และเปลี่ยนมาให้ค่าตอบแทนตามแรงจูงใจ หรือ Incentive เพื่อใช้กดดันการทำงาน และบริษัทฯ ยังหักลดเงินค่าตอบแทนพิเศษของพนักงานแบบไม่เป็นธรรม บังคับทางอ้อมให้พนักงานเซ็นชื่อยินยอม หากไม่เซ็นก็จะหลุดจากตำแหน่งหน้าที่ หรืออาจถูกปรับลดเงินเดือน รวมทั้งอาจได้รับเงินเดือนไม่ตรงตามกำหนด

นอกจากนี้ยังมีการกำหนด KPI พนักงานขับรถต้องมียอดส่งพัสดุมากกว่าวันละ 50 ชิ้น โดยยอดพัสดุส่งออกทุกวันตอนนี้ มีไม่ถึงคนละ 50 ชิ้น พนักงานขับรถต้องออกไปรับพัสดุลูกค้าเพิ่มเอง หากใครยอดไม่ถึงจะได้รับใบเตือน ซึ่งตามกฎของบริษัท หากได้รับใบเตือน 3 ใบ จะไล่ออกได้ทันที เพราะถือว่าทำผิดกฎบริษัท พนักงานอยากให้ผู้บริหารชี้แจง หรือ ปรับนโยบายโดยให้ความเป็นธรรมกับพนักงานด้วย

ที่มา: Ch7HDNews, 22/11/2567

กกจ. ตรวจเข้ม แรงงานข้ามชาติ ชุมนุมย่านสำโรง เร่งป้องปราบ ย้ำต้องทำตามกฎหมาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีหลายฝ่ายกังวลถึง การรวมกลุ่มกันของแรงงานข้ามชาติ บริเวณห้างสรรพสินค้าดัง ย่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมสั่งการให้ กรมการจัดหางาน เข้าตรวจสอบข้อมูลทันที เพื่อมิให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกระทบต่อการทำงานของคนไทย และเน้นย้ำ ถึงข้อปฏิบัติในการทำงานในประเทศไทย โดยต้องมีเอกสารประจำตัวบุคคลและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง รวมทั้งต้องทำงานตามสิทธิ ที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงแรงงาน

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว จากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ พบว่า แรงงานต่างชาติที่รวมกลุ่มเป็นชาวเมียนมา ส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร โดยส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทำงาน อย่างไรก็ดี ไม่พบการรวมกลุ่มของแรงงานต่างชาติที่ส่งผลเชื่อมโยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่แต่อย่างใด

“ผมขอเน้นย้ำให้แรงงานต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยหลังจากนี้ กกจ. จะร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มแรงงานต่างชาติดังกล่าว หากพบการกระทำความผิดจะได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตทำงานของแรงงานกลุ่มดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ดีจากการตรวจสอบไม่พบการกระทำผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้นายจ้างสถานประกอบการ และแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง” อธิบดี กกจ. กล่าว

ที่มา: มติชนออนไลน์, 22/11/2567

แรงงานชาวเมียนมา 100 คน ลุกฮือประท้วง ถูก รปภ.-นายหน้าเถื่อน หลอกสมัครงาน

คนงานนับร้อยไปประท้วงอยู่หน้าโรงงานในตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร หลังจ่ายเงินไปแล้ว พอจะมาทำงานปรากฏว่าไม่มีงานให้ทำ เดือดร้อนเจ้าของโรงงานที่ไม่รู้เรื่อง ต้องออกมาชี้แจงว่าบริษัทไม่ได้รับสมัครคนงาน ไม่มีผลิตสินค้าแล้ว ปรับมาขายของออนไลน์ และให้เช่ากระจายสินค้า

คนงานก็งง ก่อนหน้านี้มาถาม รปภ. โรงงานว่า โรงงานนี้รับสมัครคนงานหรือเปล่า รปภ. บอกรับอยู่ แล้วก็โทรตามผู้หญิง 2 คน มารับสมัครงาน เรียกเงินค่าสมัครไป 2,000 บาท คนงานก็ดีใจไปตามเพื่อนที่หางานทำอยู่มาเพิ่มอีก 149 คน

เราดูภาพไปพร้อมกัน คลิปนี้เป็นภาพที่เราเพิ่งได้มา ในภาพเห็นหญิง 2 คน ตามลูกศรชี้ นั่งกรอกเอกสารสมัครงาน และรับเงินค่าสมัครคนละ 3,000-5,000 บาท ตามแต่ตำแหน่งงาน ก็มีชาวเมียนมาแห่มาสมัครงานเยอะมาก นัดให้มาทำงานเมื่อเย็นวาน แต่พอมาถึงก็ตามภาพไม่มีงานทำ รู้ว่าถูกหลอกเลยประท้วง

ตำรวจหาตัว รปภ. ต้นเรื่องก่อนเลย ตอนแรกยังติดต่อได้ พอรู้ว่าความแตกเลยหนีสิ รออะไร ไม่ได้หายตัวไปคนเดียว หญิง 2 คนที่อ้างเป็นนายหน้าก็หายตัวไปด้วย ล่าสุดตำรวจไปขอศาลออกหมายจับทั้ง 3 คนแล้ว เชื่อยังอยู่ในพื้นที่

ที่มา: ข่าวช่อง 7HD, 21/11/2567

รมว.แรงงาน ถกประกันสังคมเอสโตเนีย ยกระดับบริการให้สิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และคณะกรรมการประกันสังคม และที่ปรึกษา (ชุดที่ 14) รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ได้หารือแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารของสำนักงานประกันสังคมเอสโตเนีย (Estonian Social Insurance Board – SIB) ณ กรุงทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่ผมพร้อมด้วยท่านปลัดกระทรวงแรงงาน และคณะกรรมการประสังคมและที่ปรึกษา (ชุดที่14) เดินทางเยือนประเทศเอสโตเนียในครั้งนี้ เพื่อศึกษา แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับระบบประกันสังคมของเอสโตเนีย ตลอดจนการบริหารจัดการในการจ่ายสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และแนวปฏิบัติที่ดีของเอสโตเนีย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้และการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการประกันสังคมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการที่ให้การช่วยเหลือเยียวยาและผลตอบแทนทุกช่วงวัย โดยใช้ big data ตั้งแต่เด็กแรกเกิด ให้สิทธิประโยชน์ค่าสงเคราะห์บุตร จนถึง18ปีไม่จำกัดจำนวนคน การคำนวณรายได้ผู้ปกครอง การเก็บข้อมูลด้านการศึกษา การคำนวณรายได้ผู้ทำงาน และให้โอกาสผู้ว่างงาน จนถึง การจัดการรายได้ หลังเกษียณ ด้วยโปรแกรม SKAIS Self-service ให้บริการประชาชน พร้อมมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาสิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตน สามารถคำนวณรายได้ ด้วยตนเอง รู้ล่วงหน้าได้ ในสิทธิที่พึงต้องได้ และสามารถกดรับเงินได้ทันที โดยโปรแกรมดิจิทัล

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ระบบการประกันสังคมของเอสโตเนีย มีมาตรฐานที่ดี มีทางเลือกให้กับประชาชนได้ยกระดับคุณภาพชีวิต โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กระบวนการให้บริการมีความรวดเร็วและโปร่งใส รวมถึงการลดขั้นตอนที่ซับซ้อนในการจัดการข้อมูลและการให้บริการที่ตอบโจทย์ผู้ประกันตนได้ดียิ่งขึ้น โดยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของเอสโตเนียช่วยเปิดโอกาสในการปรับปรุงการให้บริการของระบบประกันสังคมไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในยุคดิจิทัลได้อย่างดี และจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การประกันสังคมที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพมากขึ้นและได้มาตรฐานสากล

ที่มา: ไทยโพสต์, 21/11/2567

ผลสำรวจ พนักงานไทย 30% เชื่อมีการลำเอียง-เลือกปฏิบัติในการจ้างงาน

21 พ.ย. 2567 Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางาน รายงานผลสำรวจเกี่ยวกับความคิดเห็นของพนักงานชาวไทยที่มีต่องานและการวางแผนการเติบโตทางด้านอาชีพของพวกเขา ความพึงพอใจและการมีความสุขในงานของพนักงานในประเทศไทย โดยผลสำรวจ พบว่า

- พนักงานชาวไทยถึง 30% เชื่อว่าการลำเอียงและการเลือกปฏิบัติในกระบวนการจ้างงานเป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาเจองานที่ใช่และตอบโจทย์

- พนักงานไทยกว่า 33 % ของบุคลากรในกลุ่มอายุ 25-34 ปี เชื่อว่า การเลือกปฏิบัติเป็นอุปสรรคหลักในการหางานที่ต้องการ ทั้งยังพบว่าการเลือกปฏิบัติสามารถทำให้บุคลากรบางส่วนไม่กล้าที่จะหางานใหม่

- พนักงาน 16% ในประเทศไทย ระบุว่าอุปสรรคทางวัฒนธรรมทำให้พวกเขาไม่อยากเปลี่ยนงาน โดยเป็นพนักงานในกลุ่มอายุ 25-34 ปี คิดเป็นจำนวน 20% ที่รู้สึกเช่นนั้น

จากผลสำรวจดังกล่าว ได้สะท้อนให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติในกระบวนการจ้างงานยังขาดความเท่าเทียม ยังคงเป็นประเด็นที่มีอยู่จริงในสังคมไทย

โดยผลสำรวจในกลุ่มอายุ 25-34 ปี คิดเป็น 33% ที่กังวลในการจะหางานใหม่ที่ตรงกับความสามารถของตน เพราะข้อจำกัดด้านการเลือกปฏิบัติในกระบวนการจ้างงาน

ดังนั้น การจะส่งเสริมสังคมให้เปิดกว้าง และเป็นธรรมทางการจ้างงานให้มากขึ้น ด้วยการส่งเสริมการลดข้อจำกัดในกระบวนการจ้างงานเพื่ออนาคตแรงงานไทยที่ดีกว่า ผ่านแนวคิดการจ้างงานแบบ Fair Hiring ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ผู้ประกอบการเปิดรับสมัครงานโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ เพศ เชื้อชาติ สัญชาติ หรือสถานภาพสมรส เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้สมัครที่เหมาะสมได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

ที่มา: การเงินการธนาคาร, 21/11/2567

แรงงานนอกระบบปี 2567 พุ่ง 21 ล้านคน เกินครึ่งทำงานภาคเกษตร

นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.ได้ทำการสำรวจสถานการณ์แรงงานนอกระบบ ประจำปี 2567 พบว่าภาพรวมปีนี้มีผู้มีงานทำจำนวนทั้งสิ้น 40 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบ 21.1 ล้านคน (52.7%) ซึ่งมากกว่าแรงงานในระบบที่มีจำนวน 18.9 ล้านคน (47.3%) โดยแรงงานนอกระบบเพศชายมีจำนวนมากกว่าเพศหญิง

กิจกรรมทางเศรษฐกิจของแรงงานนอกระบบมากกว่าครึ่งทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 11.4 ล้านคน หรือ 54.2% รองลงมาทำงานในภาคการบริการและการค้า 36.2% และภาคการผลิต 9.6% ขณะที่แรงงานในระบบทำงานอยู่ในภาคการบริการและการค้ามากที่สุด รองลงมาเป็นภาคการผลิตและภาคเกษตรกรรม

แรงงานนอกระบบ 29.9% หรือจำนวน 6.3 ล้านคน พบปัญหาเกี่ยวกับการทำงาน โดย 47.7% ประสบปัญหาเรื่องค่าตอบแทน ส่วนปัญหาจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่พบมากที่สุด คือ อิริยาบถในการทำงาน (ไม่ค่อยได้เปลี่ยนลักษณะท่าทางในการทำงาน) 36.5% และในด้านความไม่ปลอดภัยในการทำงาน พบปัญหาจากสารเคมี 61.8% เป็นต้น

เมื่อพิจารณาแนวโน้มของแรงงานนอกระบบ พบว่าในช่วงปี 2563 - 2567 มีแนวโน้มลดลงในช่วง 3 ปีแรก ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2565 คือ 53.8% 52% และ 51% ตามลำดับ และค่อย ๆ เพิ่มเป็น 52.3% จนถึง 52.7% ในปัจจุบัน

"ดังนั้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของแรงงานนอกระบบ ควรต้องมีการดูแลและส่งเสริมให้แรงงงานนอกระบบได้รับความคุ้มครองหรือเข้าถึงหลักประกันทางสังคมให้มากขึ้น" นายภุชพงค์ กล่าว

ที่มา: PPTV, 20/11/2567

ครม.ไฟเขียวปรับเพิ่มสิทธิตรวจสุขภาพ “แรงงานไทยนอกระบบ”

19 พ.ย. 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการตรวจสุขภาพของแรงงานนอกระบบ พ.ศ. … ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้

ทั้งนี้เพื่อเป็นการกำหนดสิทธิการตรวจสุขภาพของแรงงานนอกระบบ เฉพาะที่เป็นแรงงานไทย กับหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมโดยนายจ้าง เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพ (เช่น โรคจากตะกั่ว หรือสารประกอบตะกั่ว) ประกอบด้วย กรณีก่อนเข้าทำงาน กรณีก่อนกลับเข้าทำงานหลังจากการเจ็บป่วย หรือประสบอันตราย และกรณีฉุกเฉิน หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน

โดยได้แก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพของแรงงานนอกระบบ เช่น การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เริ่มทำงาน และการตรวจสุขภาพให้เหมาะสมกับงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (จากเดิม ตรวจสุขภาพแรกเข้าภายใน 30 วัน และตรวจสุขภาพเป็นระยะ) และการแจ้งผลการตรวจสุขภาพของแรงงานนอกระบบที่ต้องแจ้งเป็นหนังสือภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ผลการตรวจสุขภาพของแรงงาน นอกระบบ (จากเดิม ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการแจ้ง)

สำหรับประเด็นสำคัญอื่นยังคงหลักการเดิม ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เช่น กำหนดวันใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 360 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป การแจ้งผลการตรวจสุขภาพของแรงงานนอกระบบโดยวิธีอื่น เพื่อความสะดวกของแรงงานนอกระบบ เช่น แจ้งด้วยวาจา แจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ที่มา: การเงิน การธนาคาร, 19/11/2567

รมว.แรงงานไทยนำคณะ ถกระบบบำนาญสวีเดน หวังพัฒนาบริการผู้ประกันตนรองรับสังคมสูงอายุ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางมารศรี ใจรังษี ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะกรรมการประกันสังคม และที่ปรึกษา (ชุดที่ 14) รวมถึงผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เข้าพบหารือกับผู้บริหารของสำนักงานบำนาญสวีเดน (Swedish Pension Agency) ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่ผมพร้อมด้วยท่านปลัดกระทรวงแรงงาน และคณะกรรมการประสังคมและที่ปรึกษา (ชุดที่ 14) เดินทางเยือนประเทศสวีเดนในครั้งนี้ก็เพื่อมาศึกษาดูงาน ที่สำคัญถือโอกาสนี้ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลแนวทางการพัฒนาระบบบำนาญ มี 3 ประเด็นการศึกษาหารือ การบริหารจัดการสำหรับเงินบำนาญเพื่อให้เพียงพอกับประชาชนทุกคน การบริหารลงทุนเงินบำนาญให้ยั่งยืน และการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีและการนำนวัตกรรมด้านดิจิทัลมาใช้เข้ามา ให้ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชนอย่างทั่วถึง ในการให้บริการผู้ประกันตน โดยได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบำนาญให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางประชากรในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ วิธีการกำหนดอายุเกษียณที่ยืดหยุ่นและเหมาะสม รวมถึงแนวทางการคำนวณบำนาญเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของผู้รับบำนาญในระยะยาว

"การหารือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของกระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคม ในการพัฒนาระบบบำนาญให้ตอบโจทย์กับสังคมสูงอายุ ซึ่งขณะนี้ได้ ดำเนินการวางแผนในการปฎิรูประบบประกันสังคมไปบ้างแล้วรวมถึงการยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสะดวกและโปร่งใสในการจัดการบำนาญ ตลอดจนการสร้างมาตรฐานใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้กับระบบประกันสังคมในประเทศไทยได้ในอนาคต" นายพิพัฒน์ กล่าว

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 19/11/2567

ตัวแทนกลุ่มนายจ้างวอนแก้ปัญหาการทำบัตรชมพู-ต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว

นายทวี สุระบาล สส.ตรัง เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการแรงงาน รับยื่นหนังสือจาก นางนิลุบล พงษ์พยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าว และคณะ เพื่อขอให้ ติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการทำบัตรชมพูแรงงานต่างด้าว และการต่อใบอนุญาตทำงานแรงงาน เนื่องจากมีข้อกังวลใจและข้อเสนอต่อแนวทางการจัดการแรงงานต่างด้าวปี 2567 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดย ตัวแทนกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าวได้เข้าให้ข้อมูลและแสดงถึงข้อกังวลต่อที่ประชุมคณะ กมธ. เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมาในประเด็นเรื่องการจัดทำบัตรชมพูสำหรับแรงงานต่างด้าว หลังจากมีการนำเสนอข้อมูลในที่ประชุมแล้ว ทางสำนักบริหารการทะเบียนได้มีการสั่งการกำหนดแนวทางในเรื่องดังกล่าว โดยให้สำนักทะเบียนดำเนินการรับเอกสารที่ยื่นขอทำบัตรชมพูของคนต่างด้าวให้เสร็จภายใน 31 ต.ค. 2567 และหากไม่สามารถจัดทำบัตรชมพูให้ทันตามกำหนด ให้สำนักทะเบียนจัดทำหนังสือขอเปิดระบบและบัญชีรายชื่อของคนต่างด้าวภายในวันที่ 5 พ.ย. 2567 เพื่อดำเนินการจัดทำให้เสร็จตามเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรี

ปัจจุบันก็ยังพบศูนย์ทะเบียนบางส่วนยังไม่ดำเนินการรับเอกสารของแรงงานต่างด้าวไว้ ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวจำนวนมากกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และยังไม่มีมาตรการช่วยเหลืออื่นใดจากภาครัฐ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนายจ้างและแรงงานต่างด้าว พบว่ามีสำนักงานจัดหางานบางพื้นที่ปฏิเสธที่จะรับดำเนินการแจ้งเข้าเปลี่ยนนายจ้างให้แก่แรงงานต่างด้าวที่ไม่มีบัตรชมพู ซึ่งจะทำให้แรงงานต่างด้าวที่ไม่สามารถดำเนินการแจ้งเข้าภายใน 60 วัน ได้กลายเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอีกครั้ง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและความเสี่ยงแก่นายจ้างเป็นอย่างมาก

ดังนั้น ทางกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าว มีความกังวลใจต่อแนวทางในการต่อใบอนุญาตทำงาน และความเสี่ยงของลูกจ้างที่จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงขอเสนอให้กมธ. หารือไปยังกระทรวงแรงงาน คณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวให้พิจารณาทบทวนการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อลดภาระให้แก่นายจ้างและแรงงานข้ามชาติต่อไป

ด้านนายทวี กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า ประธานคณะ กมธ.แรงงาน มอบหมายให้มารับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าวที่ได้รับผลกระทบจากการทำบัตรชมพู และการต่อใบอนุญาตการทำงานแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีปัญหาหลายเรื่อง เช่น ความล่าช้า ความแออัดในการขึ้นทะเบียน กลุ่มนายจ้างมีความกังวลใจต่อแนวทางในการต่อใบอนุญาตและการทำงานที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย โดยทาง กมธ.ยินดีรับข้อเรียกร้องของกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าว และจะนำเสนอประเด็นเหล่านี้ต่อคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมคณะ กมธ. เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 18/11/2567

แรงงานนับหมื่นระส่ำ 28 ผู้รับเหมา ไร้ทางออก ลงมติหยุดก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2567 ที่ห้องประชุมบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สวีท ศรีราชา แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กลุ่มผู้รับเหมาในโครงการพลังงานสะอาด CFP (Clean Fuel Project) โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทั้งหมด 28 บริษัท รวมตัวกันลงมติไม่ดำเนินการก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด CFP เนื่องจากบางบริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงิน เพราะค้างค่าแรงงานกว่า 6 พันล้านบาท นานประมาณ 8 เดือน จากผู้รับเหมาหลัก UJV ที่ประกอบด้วย Samsung E&A (Thailand) Co., Ltd., Petrofac South East Asia Pte. Ltd., และ Saipem Singapore Pte., Ltd. จึงไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้

นายฉัตรมงคล เขมาภิรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีราชา คอนสตรัคชั่น จำกัด กล่าวว่า การที่จะต้องหยุดการก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด CFP เนื่องจาก 28 บริษัทที่รับเหมาช่วงขาดสภาพคล่องทางการเงิน เพราะไม่มีการชำระหนี้เก่า และเงื่อนไขการจ่ายเงินค่างวดงานในอนาคตไม่ชัดเจน ยอมรับว่าได้เกิดผลกระทบต่อแรงงานกว่า 10,000 คน

“ดังนั้น ทั้ง 28 บริษัท จึงได้ลงสัตยาบันร่วมกันว่าจะไม่กลับไปทำโครงการพลังงานสะอาด CFP เพราะที่ผ่านมาได้พยายามเรียกร้องทุกช่องทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยื่นหนังสือถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน แม้กระทั่งการชุมนุมเพื่อเรียกร้องค่าแรงงานค้างจ้าย ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด” นายฉัตรมงคลกล่าว

ที่มา: มติชนออนไลน์, 18/11/2567 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง