'ไม่เดือดร้อน คงไม่มา' อดีตคนงานบริษัทยานภัณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ และเป็นซัปพลายเออร์ให้กับ ‘โตโยต้า-อีซูซุ’ เดินทางมาชุมนุมข้างทำเนียบ ร้องนายกฯ เบิกงบกลาง ช่วยแรงงานถูกลอยแพ 859 ชีวิต นายจ้างค้างเงิน 250 ล้าน
9 ม.ค. 2567 เมื่อเวลา 11.15 น. อดีตพนักงานบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) จากจังหวัดสมุทรปราการ เคลื่อนขบวนรถจากบ้านพิษณุโลก ถนนพิษณุโลก เข้ามาประชิดทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือ เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือแรงงานจำนวน 859 คนที่ถูกลอยแพเลิกจ้าง ไม่ได้รับค่าชดเชย เป็นเงินรวมประมาณ 250 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก 26 พ.ย. 2567 เจ้าของบริษัทยานภัณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ เช่น ครัชเบรก ท่อไอเสีย ฯลฯ และเป็นซัปพลายเออร์ให้กับแบรนด์รถยนต์ชื่อดังอย่างโตโยต้า และอีซูซุ ได้ประกาศเลิกกิจการ ส่งผลให้คนงาน 859 คนตกงานทันที โดยไม่มีการจ่ายเงินค่าชดเชย และค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
ต่อมา เมื่อ 29 พ.ย. 2567 มีการประชุมระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สมุทรปราการ ผู้บริหาร บ.ยานภัณฑ์ ผู้แทนสหภาพแรงงาน และ สส.พรรคประชาชน เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม โดบบันทึกการประชุมตกลงร่วมกันว่า บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า แบ่งเป็น 3 งวด โดยงวดที่ 1 จะจ่ายวันที่ 20 ธ.ค. 2567 เป็นจำนวน 70% งวดที่ 2 วันที่ 27 ธ.ค. 2567 จำนวน 20% และงวดที่ 3 วันที่ 27 ม.ค. 2568 จำนวนเงิน 10% ที่เหลือ รวมทั้งหมดประมาณ 250 ล้าน
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ถูกเลิกจ้าง นายจ้างยังไม่เคยมาจ่ายค่าชดเชยคนงานสักบาท ทำให้คนงานประสบความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน จ่ายค่าเล่าเรียน จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่ารักษา บางรายเครียดจนเคยคิดจบชีวิตตนเอง และอื่นๆ
“เป็นคู่ผัวเมียเขียนจดหมายลาตาย ถ้าไม่ได้เงินก้อนนี้ (ผู้สื่อข่าว - เงินชดเชย) จะผูกคอตาย จริงๆ เขาทำแล้ว แต่ญาติมาเจอทัน เลยไม่ได้เสียชีวิต”
เสียงของมาลี เตวิชา ประธานสหภาพยานยนต์กรุ๊ป วันนี้เธอเดินทางมาจากสมุทรปราการโดยลงขัน เพื่อมาชุมนุมข้างทำเนียบ ขอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ถูกนายจ้างเบี้ยวเงินมามากกว่าเดือนหนึ่งแล้ว
มาลี เตวิชา
มาลี กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้พยายามติดต่อไปยังนายจ้างให้มาจ่ายค่าชดเชยให้คนงานแล้ว แต่โทรไปเขาก็ไม่รับ เลยมองว่านายจ้างมีเจตนาที่จะเบี้ยวไม่จ่ายเงิน
มาลี มองว่า มาตรการของรัฐบาลปัจจุบันมันช้าไป เธออยากให้รัฐดำเนินการเร็วกว่านี้ อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายกับนายจ้างให้เคร่งครัดกว่านี้ ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องมีการลงโทษโดยทันที ไม่อยากให้รอขนาดนี้
นุ (สงวนชื่อ-สนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดนครพนม พนักงานยานภัณฑ์ฝ่ายการผลิต ถูกค้างเงินชดเชยรวม 2 แสนบาท ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนถูกบอกเลิกจ้างกะทันหันมาก 1 วัน เขากลับไปเรานอนร้องไห้เลย ไม่กล้าบอกผู้ใหญ่ที่บ้านกลัวกระทบกระเทือนกับโรคหัวใจของพวกเขา
ส่วนตัวนุ ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค่าเล่าเรียนของลูก เหมือนโดมิโน ที่จะพังตามกันไปหมด และเขาหวังว่าถ้าได้เงินมาก็จะแบ่งไปใช้จ่ายผ่อนรถและบ้าน และอีกส่วนก็เอาไปหางานเริ่มต้นใหม่
อีกปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลิกจ้างพนักงานบริษัทยานภัณฑ์คือ แรงงานทุกคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ทำให้สมัครงานใหม่ยาก หลายคนก็หวังว่าเงินที่ได้จะทำให้เขาสามารถจ่ายหนี้ หรือนำไปเปิดธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ที่บ้านเกิดเพื่อประทังชีวิตได้
ณุ (สงวนชื่อ-นามสกุล) อีกหนึ่งแรงงานยานภัณฑ์อายุ 44 ปี ทำอะไหล่รถยนต์ส่วนของท่อไอเสียมาประมาณ 20 ปี ให้ความเห็นว่า เขาไม่คิดว่าบริษัทนี้จะปิดเหมือนกัน แต่พอมาปลายปีประมาณเดือน ต.ค. ก็ปิดกิจการกะทันหันเลย
“ผลพวงของคนที่อยู่ข้างหลังเราอีกนับพัน พนักงานเดิมมีอยู่เป็นพัน ลูกหลานเขาอีก มันมีผลกระทบมากขนาดไหน หนี้สินพังหมดเลย บางคนจะทำหนังสือฆ่าตัวตาย คนหนึ่งป่วยที่โรงพยาบาลเขาก็รอเงินชดเชย สุดท้ายเงินไม่เข้าคนที่ป่วยก็เครียดเสียชีวิตไป ผมอยากให้ภาครัฐตามนายจ้างให้หน่อย” อดีตพนักงานยานภัณฑ์ อายุ 44 ปี กล่าว
ณุ อายุ 44 ปี
สำหรับข้อเรียกร้องของพนักงานบริษัทยานภัณฑ์ มีการระบุไว้ในแถลงการณ์ จำนวน 2 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอให้นายกฯ อนุมัติงบประมาณกลาง เพื่อนำมาจ่ายชดเชยให้กับลูกจ้างที่ถูกลอยแพทั้งหมด และ 2. ให้ภาครัฐไปติดตามเงินเอากับนายจ้างอีกที
"กลุ่มพนักงานผู้ได้รับความเดือดร้อนขอยืนยันว่าเงินค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2542 จึงขอให้นายจ้างคือบริษัทยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) เคารพกฎหมาย โดยการชำระเงินดังกล่าวให้แก่พนักงานทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น" แถลงการณ์ระบุทิ้งท้าย
เมื่อเวลาประมาณ 13.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางภาครัฐได้เชิญตัวแทนคนงาน และธนพร วิจันทร์ สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน เข้าไปหารือกับที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กับตัวแทนกระทรวงแรงงาน ที่ห้องประชุม 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ภายในพื้นที่กรมพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อหาทางออกให้กับแรงงานที่ถูกลอยแพ ขณะเดียวกัน แรงงานที่เหลือยังคงปักหลักชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาล
บรรยากาศการหารือระหว่างตัวแทนอดีตพนักงานยานภัณฑ์ และภาครัฐ
ภาครัฐรับประสาน รมต.ชงเข้า ครม.
ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์ ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ที่วานนี้ (9 ม.ค.) ได้มาช่วยเหลือแรงงานจากยานภัณฑ์ เรียกร้องเงินค่าชดเชย และได้เข้าไปร่วมหารือกับที่ปรึกษานายกฯ เผยว่า อารี ไกรนรา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวกับผู้ชุมนุมแรงงานว่า เขาจะนำข้อเรียกร้องให้เบิกงบประมาณกลางช่วยเหลือแรงงาน ไปให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเซ็น และเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
ธนพร ระบุด้วยว่า ส่วนกรณีเงินสงเคราะห์ลูกจ้างที่จะจ่ายเยียวยาลูกจ้างที่ถูกลอยแพ ทางภาครัฐกล่าวกับธนพร ว่า ถ้าให้คนงานไปเขียนคำร้อง คนงานจะได้ภายในเดือนนี้ 30,000 บาทต่อคน
อย่างไรก็ดี ธนพร เล่าให้ฟังด้วยว่า สถานการณ์เงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เนื่องจากมีเงินกองทุนฯ ประมาณ 150 ล้านบาท แต่ลูกจ้างที่ถูกลอยแพต้องการเงินชดเชยจากกองทุนฯ อาจสูงถึงประมาณ 2,200 ล้านบาท
"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และจะมีทยอยกันมาอีกเรื่อยๆ" ธนพร กล่าว
