Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัสเซียเพิ่งจะมีการเปิดภาคเรียนใหม่ ทั้งนักเรียนและนักศึกษาก็ต้องเผชิญกับบรรยากาศการครอบงำทางการเมืองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอพที่ถูกสอดแนม ทหารผ่านศึกจากสงครามยูเครนที่เข้ามาแย่งโควตาเรียน การปิดกั้นลูกหลานผู้อพยพ รวมถึงตำราประวัติศาสตร์ฉบับใหม่ หลักสูตรการศึกษา "รักชาติ" และการอัดฉีดงบประมาณโครงการเสริมสร้างความเป็นทหารให้เยาวชน

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้ทำการปรับหลักสูตรการศึกษาทั้งในโรงเรียนและในมหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมวาระทางการเมืองของตัวเอง โดยการปลูกฝังให้กับเยาวชน ซึ่งสื่อมอสโกไทม์เรียกว่าเป็นการ "เปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นสนามรบทางอุดมการณ์"

โดยที่รัฐบาลรัสเซียก็ทำการยกระดับการปลูกฝังทางการเมืองมากขึ้นนับตั้งแต่ที่เริ่มทำสงครามบุกยูเครน ทำให้นักศึกษาและนักเรียนในรัสเซียเปิดภาคเรียนใหม่มาเจอกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชั้นเรียนวิชารักชาติรายสัปดาห์ แบบเรียนประวัติศาสตร์เขียนใหม่ที่เน้นเรื่องเล่ามุมมองของรัฐบาลกลางรัสเซีย การเพิ่มงบประมาณโครงการเสริมสร้างความเป็นทหารให้เยาวชน

ขยายการศึกษาวิชา "รักชาติ" สอนกันตั้งแต่ระดับอนุบาล

กระทรวงศึกษาธิการของรัสเซียเปิดเผยว่า ในรัสเซียรวมถึงพื้นที่ยูเครนที่รัสเซียเข้ายึดครอง มีการเปิดสอนวิชาใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นมา ในชื่อวิชา "บทสนทนาที่สำคัญ" ซึ่งเป็นบทเรียนแบบรักชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากปูตินเพื่อต้องการสอนให้เด็ก "เคารพในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชาติรัสเซีย และเกิดความรักต่อมาตุภูมิรัสเซีย" รวมถึงสั่งสอนเรื่องคุณค่าของครอบครัว ซึ่งจะมีการนำร่องมาใช้สอนในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลในโรงเรียนอนุบาล 100 แห่ง สำหรับเด็กอายุ 3-7 ปี

ทางการรัสเซียปลูกฝังความเชื่อกับเด็กโดยการใช้รูป วิดีโอ และเนื้อหาแบบปฏิสัมพันธ์ ตัวอย่างของแบบเรียนเหล่านี้ เช่น รูปภาพของทหารรัสเซียกับทหารยูเครนในลักษณะที่ "แตกต่างกัน" พวกเขานำเสนอภาพเชิงโฆษณาชวนเชื่อให้ทหารรัสเซียอยู่ข้างหน้ารถเข็นเด็ก แต่นำเสนอภาพทหารยูเครนอยู่หลังรถเข็นเด็ก เสมือนจะสื่อว่ามีฝ่ายหนึ่งปกป้องเด็กแต่อีกฝ่ายหนึ่งใช้เด็กเป็นที่กำบัง

สเวตลานา เป็นแม่ชาวรัสเซียที่ถึงขั้นเลิกให้ลูกไปโรงเรียนแล้วใช้วิธีสอนเด็กที่บ้านแทนเพราะมองว่าในโรงเรียนมีโฆษณาชวนเชื่อสนับสนุนสงคราม มีเด็กนักเรียนบางส่วนที่ถูกล้างสมองให้ไหลไปตามความคิดแบบ "รักชาติ" มีเด็กบางคนเขียนในแช็ตว่าเขาจะออกไปร่วมปฏิบัติการรุกคืบในสงคราม แล้วก็บอกว่า "เอาปืนยาวมาให้ฉัน ฉันจะไปถล่มพวก 'โคโคลส์' ให้หมด" คำว่าโคโคลส์เป็นคำที่รัสเซียใช้เรียกแบบเหยียดชาวยูเครน

มีส่วนหนึ่งของโฆษณาชวนเชื่อในชั้นเรียนที่ล้างสมองเด็กว่าการที่รัสเซียทำสงครามกับยูเครนนั้นเป็นการที่พวกเขา "กำลังต่อสู้กับนีโอนาซี" แต่ก็มีเด็กบางคนที่มองเห็นความย้อนแย้งในตัวเอง เช่น ครูคนหนึ่งบอกว่ารัสเซียบุกยูเครนเพื่อกวาดล้างนาซี แต่อีก 2-3 เดือนถัดมาครูคนเดียวกันก็กลับบอกว่ามีการบุกยืดพื้นที่ซาปอริซเซียของยูเครนเพื่อให้ได้มาซึ่งแหล่งแร่มีค่า

นอกจากนี้ยังมีชั้นเรียนบางชั้นที่จัดให้มีพิธีกรรมชักธงรัสเซียสู่ยอดเสา โดยจะมีครูใหญ่เป็นคนชักธงสหภาพโซเวียตขึ้นสู่ยอดเสาควบคู่ไปด้วย หลังจากนั้นจะมีการใช้คำสั่งแบบทหารกับนักเรียน เช่น "ตั้งใจฟัง! แถวตรง! เรียงแถว!"

นักเรียนชั้น ป.6 ที่ชื่อซาชาเล่าว่าในโรงเรียนของเธอมีการจัด "เกมทหาร" ด้วย โดยมีการแข่งขันกันราวกับเป็นกีฬา ในทุกๆ ปีจะมีการให้ส่งตัวแทนชั้นเรียน 5 คน เพื่อไปลงแข่งเกมทหารในระดับชั้น โดยมีการให้เดินสวนสนาม ยิงปืน ไปจนถึงแข่งบรรจุกระสุนและปลดกระสุนปืน

นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการของรัสเซียยังได้ออกรายชื่อเพลง "รักชาติ" 37 เพลง ที่เสนอให้ครูสอนในโรงเรียนในช่วงคาบเรียนดนตรี ตั้งแต่เพลงคลาสสิกของสหภาพโซเวียตอย่าง "Victory Day" ของ ดาวิด ตุกห์มานอฟ มาจนถึงเพลงป็อบร่วมสมัยที่ส่งเสริมสงครามโดยนักร้องชื่อ Shaman

ทั้งนี้ทางการรัสเซียยังผลักดันให้ครู นักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาใช้เครื่องมือใหม่ในการสื่อสารกันคือแอพพลิเคชันชื่อ Max ซึ่งเป็นพื้นที่แอพพูดคุยส่งข้อความของรัสเซียคล้ายกับที่จีนมี WeChat แต่ Max ก็ถูกมองว่าขาดเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะ VK ผู้พัฒนาแอพนี้ได้แชร์ข้อมูลผู้ใช้งานให้กับหน่วยงานความมั่นคงของรัสเซียด้วย

กั๊กโควต้ามหาวิทยาลัยไว้ให้ทหารผ่านศึกและลูกหลาน

นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมามหาวิทยาลัยก็จัดโควตาให้กับทหารผ่านศึกสงครามยูเครนและสมาชิกหน่วยงานความมั่นคงรัสเซียที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ครอบครองของยูเครน นอกจากนี้ยังมีการจัดโควตาไว้ให้ลูกหลานของทหารผ่านศึกด้วย นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีทหารผ่านศึกและลูกหลานสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอยู่เกือบ 3,000 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 58

สื่อสืบสวนสอบสวน IStories ทำการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าผู้ที่ได้โควตาทหารผ่านศึกสงครามยูเครนนั้น มากกว่าร้อยละ 70 จะไม่สามารถผ่านเกณฑ์เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันได้ถ้าหากมีการแข่งขันเทียบเท่าคนอื่นๆ โดยไม่ผ่านโควตา

นอกจากนี้ทางการรัสเซียก็ยังมีแผนการจะขยายโควตาให้กับภรรยาและภรรยาม่ายของทหารผ่านศึกสงครามยูเครนเริ่มตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปด้วย เรื่องนี้ทำให้นักวิชาการอย่าง ยาน เลฟเชงโก มองว่าจะกลายเป็นการทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นพื้นที่ที่ปลุกปั่นอุดมการณ์สนับสนุนทางการรัสเซียได้ง่ายขึ้น แทนที่จะเป็นแหล่งสำหรับนักคิด และผู้คัดค้านรัฐบาล โดยมีปัจจัยอีกเรื่องหนึ่งคือค่าเทอมที่แพงขึ้น ทำให้ผู้คนเข้าถึงอุดมศึกษาได้ยากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ทหารผ่านศึกยังมีบทบาทมากขึ้นในการเป็นบุคลากรผู้สอนในสถานศึกษาต่างๆ มีทหารที่เคยสู้รบในสงครามยูเครน เข้าร่วมการสอนชั้นเรียนรักชาติในรัสเซียรวม 40,000 กรณี และ นับตั้งแต่ที่มีการรุกรานยูเครนในปี 2565 ก็มีทหารอย่างน้อย 100 นายที่ได้รับการปล่อยจากการประจำการแล้วเข้ารับราชการเป็นครู มีอย่างน้อย 4 กรณีที่ได้เป็นครูใหญ่

กีดกันทางการศึกษาต่อลูกหลานผู้อพยพ

ในขณะเดียวกันระบบการศึกษาในรัสเซียก็เริ่มกลายเป็นสิ่งที่กลุ่มคนชายขอบเข้าไม่ถึง เพราะรัสเซียได้ออกมาตรการใหม่ในปีการศึกษานี้ ห้ามไม่ให้ลูกหลานของผู้อพยพเข้าเรียนในโรงเรียน เว้นแต่พวกเขาจะสามารถผ่านการทดสอบความสามารถภาษารัสเซียได้และและได้ใบรับรองถิ่นที่อยู่

ถึงแม้ว่ารัสเซียจะมีการรับรองภาษามากกว่า 30 ภาษาว่าจัดเป็นภาษาทางการของรัสเซีย เนื่องจากประเทศรัสเซียมีหลายเชื้อชาติจากสาธารณรัฐชาติพันธุ์ 21 แห่ง ซึ่งในทางเนื้อหากฎหมายแล้วจะอนุญาตให้นำภาษาทั้งหมดนี้มาใช้ในกระบวนการศาลหรือการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้ แต่ทว่า ในการปฏิบัติจริงมีการใช้ภาษาเหล่านี้น้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือแต่คนใช้พูดกันที่บ้าน เพราะนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาทางการรัสเซียก็ได้สั่งจำกัดการเรียนการสอนภาษาถิ่นหลากหลายเชื้อชาติ

นักกิจกรรมและครูอาจารย์จากพื้นที่สาธารณรัฐชาติพันธุ์ต่างๆ ของรัสเซียทักท้วงว่าการอนุญาตให้สอนภาษาเพียงแค่สัปดาห์ละหนึ่งชั่วโมงนั้นไม่มากพอ พวกเขากังวลว่ารัฐบาลอาจจะขยายมาตรการจำกัดภาษาถิ่นไปมากกว่านี้

เรียบเรียงจาก

Russian Students Start School Year Marked by Surveillance, War Veterans and Anti-Migrant Measures, The Moscow Times, 01-09-2025
https://www.themoscowtimes.com/2025/09/01/russian-students-start-school-year-marked-by-surveillance-war-veterans-and-anti-migrant-measures-a90397

“The teacher said we invaded to cleanse them of Nazis”: Inside Russia’s classroom campaign against Ukraine, The Insider, 14-05-2025
https://theins.ru/en/society/281288

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง