Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

คนรุ่นใหม่ Gen Z โมร็อกโกหนีวิกฤตในประเทศไปเรียนต่อจีนมากขึ้น อัตราว่างงานคนหนุ่มสาวพุ่ง 39.5% เงินเดือนบัณฑิตจบใหม่แทบไม่พอใช้ ระบบการศึกษาล้มเหลว มหาวิทยาลัยในประเทศแออัด ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์และเอเจนซีการศึกษาใช้โซเชียลมีเดียโปรโมตการเรียนในจีนว่าราคาถูกและมีโอกาสดีกว่า แม้การได้งานหลังจบยังไม่ชัดเจนเท่าประเทศตะวันตก แต่ก็ยังมีคนก็ยังสนใจ บางคนประสบความสำเร็จ บางคนถูกเอเจนซีหลอก แต่คำถามสำคัญคือถ้าคนเก่งยังคงอพยพออกไป ผลกระทบระยะยาวต่อโมร็อกโกจะเป็นอย่างไร


ภาพจาก: Youtube/Aymane Spot 

คนรุ่นใหม่ Gen Z ชาวแอฟริกันจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เดินทางไปเรียนต่อในจีน เพราะปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศบ้านเกิด ทำให้คนหุ้มต้องหาโอกาสที่ดีกว่าในต่างแดน ตัวเลขพิสูจน์ชัดเจน ระหว่างปี 2011 ถึง 2018 จำนวนนักเรียนแอฟริกันที่ไปเรียนในจีนพุ่งจาก 20,744 คน เป็น 81,562 คน โดยจีนกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับ 2 รองจากฝรั่งเศส

โมร็อกโกติดอันดับ 18 ของโลกในเรื่องคนหนุ่มสาวออกไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยมีนักเรียน-นักศึกษาถึง 74,289 คน ในปี 2022 ที่ออกไปทำการศึกษาต่อในต่างแดน

ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงอยากออกจากประเทศ

คนรุ่นใหม่ Gen Z ของโมร็อกโกต่อสู้กับค่าครองชีพที่สูง ต้องพึ่งพาครอบครัวเลี้ยงดู การไปเรียนต่างประเทศจึงเป็นทางออกสำหรับการศึกษาที่ดีกว่าและโอกาสทำงานที่มั่นคง ในหลายประเทศยุโรปและจีน บัณฑิตที่จบการศึกษาสามารถหางานที่ให้เงินเดือนพอใช้ชีวิตอิสระและวางแผนอนาคตได้

ความมั่นคงแบบนี้หาได้ยากในโมร็อกโก อัตราว่างงานของคนหนุ่มสาวอายุ 15-24 ปี พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 39.5% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ตามรายงานตลาดแรงงานจาก High Commission for Planning (HCP)

ในโมร็อกโก แม้หางานได้ เงินเดือนเฉลี่ยสุทธิของบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 4,959 เดอแรม (ราว 550 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อเดือน ในเมืองใหญ่อย่างคาซาบลังกา (Casablanca) หรือราบัต (Rabat) ที่ค่าเช่าแพงมาก เงินเดือนนี้แทบไม่พอใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน

อิฮซาน (Ihsan) อายุ 20 ปี นักศึกษาวรรณกรรมอังกฤษ อธิบายกับ Friedrich Neumann Foundation ว่า "ไม่มีโอกาส ไม่มีทางเลือก คนที่มีความสามารถสูง ต้องทำงานที่ได้เงินน้อย มันน่าเสียดายมาก เพราะฉันเห็นว่าตัวเองน่าจะเป็นแบบนั้นในอนาคตหลังรับปริญญา"

ความไม่พอใจนำไปสู่การประท้วง

กระแสความไม่พอใจกับสถานการณ์เหล่านี้ทำให้คนหนุ่มสาวโมร็อกโกหลายร้อยคนออกมาประท้วงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2025 การประท้วงถูกปราบปรามจากเจ้าหน้าที่ แต่ผู้ประท้วงเรียกร้องให้ปฏิรูประบบการจ้างงาน สาธารณสุข และการศึกษา ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

มีการมองว่าระบบการศึกษาของโมร็อกโกยังคงล้มเหลว แม้รัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณเป็น 16.9% ในปี 2021 สูงกว่าค่าเฉลี่ย 12.4% ขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) มหาวิทยาลัยแออัด นักศึกษาบางคนต้องนั่งพื้นเรียน ห้องแล็บวิทยาศาสตร์มีอุปกรณ์จำกัด การทดลองต้องพึ่งจินตนาการ โปรแกรมการศึกษาที่มีคุณภาพกระจายไม่ทั่วถึงตามภูมิภาค นักศึกษาหลายคนต้องย้ายไปอยู่เมืองใหม่ห่างจากบ้านหลายร้อยกิโลเมตร แต่หอพักกลับเต็มและไม่มีทุนการศึกษา

ไม่แปลกที่คนหนุ่มสาวจึงคิดจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น สร้างวัฒนธรรมกดดันทางสังคมให้ออกจากประเทศ ฮาคิม (Hakim) เล่าจากประสบการณ์อาศัยอยู่ใกล้เมืองชายฝั่งที่ใกล้สเปนว่า ตั้งแต่เกิดมา แม้แต่เด็กจากครอบครัวร่ำรวย ก็ได้ยินคนพูดว่ายุโรปคือ "สวรรค์" พวกเขาอยากออกจากโมร็อกโก ได้รับอิทธิพลจากญาติที่อยู่ต่างประเทศหรือจากสิ่งที่เห็นในทีวี

'เอเจนซี' และ 'อินฟลูเอนเซอร์' กระตุ้นการออกไปต่างแดน


อลาเอะ คานดิล (Alae Kandil) เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่แชร์เนื้อหาเกี่ยวกับประเทศจีนคนหนึ่ง ช่อง YouTube ของเธอมีผู้ติดตาม 200,000 คน

บริษัทให้คำปรึกษาการศึกษา (หรือ 'เอเจนซี') และอินฟลูเอนเซอร์ที่ผลิตเนื้อหาทางโซเชียลมีเดียใช้โอกาสนี้ทำเงิน ซึ่งมันได้เปลี่ยนตลาดบริการให้คำปรึกษาการศึกษาของโมร็อกโกไปอย่างสิ้นเชิง

การบอกต่อกันบนโลกออนไลน์มีบทบาทสำคัญต่อจำนวนนักศึกษาที่ไปจีน ในโมร็อกโก 97% ของคนหนุ่มสาวใช้โซเชียลมีเดีย เนื้อหาที่เอเจนซีการศึกษาและนักศึกษาอินฟลูเอนเซอร์ที่โปรโมตมหาวิทยาลัยจีนถูกสร้างขึ้นให้ดึงดูดผู้สนใจได้ดีกว่าแคมเปญแบบเดิมๆ เนื้อหาใช้ภาษาง่ายๆ เข้าถึงได้ และแสดงชีวิตจริงของอินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังเรียนอยู่ในจีน ซึ่งมักมาจากภูมิหลังทางสังคมและการเงินคล้ายกับผู้ชม

การแสดงประสบการณ์ที่เข้าถึงได้สร้างความผูกพันระหว่างผู้ชมกับเอเจนซีหรืออินฟลูเอนเซอร์ รู้สึกเชื่อถือได้มากกว่าแคมเปญแบบเดิม

อลาเอะ คานดิล (Alae Kandil) เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่แชร์เนื้อหาเกี่ยวกับประเทศจีนคนหนึ่ง ช่อง YouTube ของเธอมีผู้ติดตาม 200,000 คน บันทึกชีวิตนักเรียนต่างชาติในหางโจว (Hangzhou) ประเทศจีน

ในคลิปวิดีโอซีรีส์ 2 ตอน อลาเอะและอับเดอร์ราห์มาน ซาฮิด (Abderrahman Zahid) ผู้ก่อตั้งเอเจนซีตัวกลางชื่อ Tawjeeh พูดคุยเปิดเผยเกี่ยวกับประสบการณ์เป็นนักศึกษาต่างชาติ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญเช่น ความปลอดภัย ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจีนในสื่อตะวันตก คุณภาพของมหาวิทยาลัยจีน และวิธีใช้ชีวิตนักศึกษาให้คุ้มค่า

อินฟลูเอนเซอร์อย่างอลาเอะมักมีรูปแบบที่คล้ายกัน เนื้อหามีแต่ด้านบวกและสร้างสรรค์ เน้นไลฟ์สไตล์และข้อดีของการเรียนในจีน มากกว่าพูดถึงรายละเอียดการสมัครหรือเอกสาร วิธีนี้ช่วยดึงดูดผู้ชม และเปิดพื้นที่ให้บริการเสียเงินหรือเอเจนซีเข้ามาช่วยให้คำปรึกษาโดยละเอียด

อินฟลูเอนเซอร์แบ่งได้ 2 ประเภท กลุ่มแรกยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ทำเงินจากเนื้อหาและร่วมงานกับเอเจนซีการศึกษา กลุ่มที่สองเปลี่ยนงานเป็นธุรกิจโดยเปิดเอเจนซีเองอย่างเป็นทางการ

เอเจนซีการศึกษาตัวกลาง

เอเจนซีที่ทำงานในโมร็อกโกมักดำเนินการโดยอดีตนักศึกษาที่ใช้ประสบการณ์ตรงจากจีนมาตั้งเอเจนซีในหลายเมือง เช่น คาซาบลังกา ราบัต และมาร์ราเกช (Marrakesh)

เอเจนซีการศึกษามี 2 ประเภท ประเภทแรกเน้นสถาบัน ทำสัญญากับมหาวิทยาลัยเพื่อหานักศึกษา ได้ค่าคอมมิชชั่นทุกครั้งที่นักศึกษาสมัครสำเร็จ ประเภทที่สองเน้นนักศึกษา ไม่ได้เงินจากมหาวิทยาลัยอย่างเดียว แต่เก็บค่าบริการจากนักศึกษาโดยตรง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านแคมเปญโซเชียลมีเดีย ร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ และจัดงานออกบูธแนะแนวการศึกษา

เว็บไซต์เอเจนซีระบุว่า ตอนหานักศึกษา พวกเขาเน้น 3 ปัจจัย คือ ราคาไม่แพง คุณภาพการศึกษา และโอกาสทำงาน แม้เรื่องโอกาสทำงานยังไม่ชัดเจนเท่าประเทศยอดนิยมแบบเดิมอย่างแคนาดาและอังกฤษ ที่มีเส้นทางสู่การพำนักถาวรหรือสัญชาติที่ชัดเจน แม้จะยากขึ้นเรื่อยๆ

ในจีน นักเรียนต่างชาติเผชิญกระบวนการซับซ้อนตอนเปลี่ยนวีซ่านักศึกษา (X-visa) เป็นวีซ่าทำงาน (Z-visa) ต้องมีข้อเสนองาน นายจ้างสนับสนุน และในหลายกรณีต้องมีประสบการณ์ทำงานต่างประเทศอย่างน้อย 2 ปี บังคับให้บัณฑิตหลายคนต้องกลับประเทศตัวเอง ข้อจำกัดเหล่านี้ รวมกับอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรม ยิ่งลดโอกาสทำงานของบัณฑิตต่างชาติในจีน

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนสนใจเรียนในจีนอยู่มาก เอเจนซีการศึกษาพบตลาดที่พร้อมในหมู่นักเรียนโมร็อกโก ซึ่งหลายคนไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนสมัครเรียนต่างประเทศ เข้าถึงข้อมูลทุนการศึกษาได้จำกัด และต้องการคำแนะนำในการรับเข้าและขอวีซ่า

นักศึกษาบางคนได้ผลลัพธ์ดี บางคนเจอเอเจนซีไร้จริยธรรมที่เอาผลประโยชน์ตัวเองมาก่อนนักศึกษา วาลิด เอลัมรี (Walid Elamri) อินฟลูเอ็นเซอร์ที่เรียนอยู่ในจีน ทำวิดีโอเล่ารายละเอียดว่าถูกเอเจนซีท้องถิ่นหลอก สัญญาว่าจะรับเข้ามหาวิทยาลัยหลักสูตรภาษา 1 ปีในจีน พร้อมช่วยเรื่องวีซ่า แต่ปรากฎว่าคอร์สเรียนออนไลน์ ไปจีนไม่ได้ เขายังรวบรวมคำให้การคล้ายกันใน Instagram เพื่อเตือนเรื่องการฉ้อโกงของเอเจนซีการศึกษาบางแห่งในโมร็อกโก

แต่ท้ายสุด อาจยังสรุปไม่ได้แน่ชัดว่าอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของอินฟลูเอนเซอร์และเอเจนซีการศึกษา จะส่งผลต่อการตัดสินใจและประสบการณ์ของนักเรียนโมร็อกโกที่ไปจีนอย่างไร งานวิจัยเรื่องนี้มีน้อยมาก ผลกระทบระยะยาวจึงยังคลุมเครือ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือคำถามว่า ถ้าคนหนุ่มสาวที่มีการศึกษาดีและมีความสามารถสูงยังคงอพยพออกจากประเทศ โมร็อกโกจะต้องเผชิญผลกระทบระยะยาวอย่างไร


ที่มา:
How local crises and social media influences are driving Moroccan students to China (Salima Ennasabi, Global Voices, 13 November 2025)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง