เรื่องเบิกงบกลางจำนวน 466 ล้าน ช่วยคนงานถูกลอยแพ 4 บริษัทยังไม่ชัดเข้า ครม. 18 มี.ค. 68 หรือไม่ ด้านตัวแทนคนงานอดอาหารประท้วงเพิ่มรวม 6 คน ร้อง ครม.เร่งอนุมัติงบฯ หวังนำเงินส่วนนี้ช่วยให้ประกอบอาชีพตั้งตัวต่อไปได้
สืบเนื่องจาก 12 มี.ค. 2568 มาลี เตวิชา ตัวแทนแรงงานยานภัณฑ์ และประธานสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์กรุ๊ป ได้ประกาศปักหลักอดอาหารประท้วงที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) (เก่า) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางมาช่วยเหลือคนงานที่ถูกเลิกจ้างลอยแพ 4 บริษัท ประกอบด้วย เอเอ็มซีสปินนิ่ง แอลฟ่าสปินนิ่ง บอดี้แฟชั่น และยานภัณฑ์ รวมจำนวนเงิน 466 ล้านบาท หลังคนงานขอให้รัฐบาลช่วยมาหลายเดือนแล้ว แต่ไร้ความคืบหน้า
มาลี เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การอดอาหารประท้วงจะงดอาหารเพียงอย่างเดียว แต่จะยังจิบน้ำ และจะมีคนงานคนอื่นเข้าร่วมอดอาหารประท้วงเพิ่มวันละ 1 คน จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลาง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
17 มี.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (17 มี.ค.) เวลาประมาณ 9.00 น. นับตั้งแต่ 12 มี.ค.จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการอนุมัติงบกลางช่วยเหลือคนงาน 4 บริษัท ทำให้คนงานทยอยร่วมอดอาหารประท้วงเพิ่มขึ้นเป็น 6 คนแล้ว ประกอบด้วย มาลี เตวิชา, ธนพร เลิศล้ำ , กรรณิการ์ สนาท, วิไล โทกอุทา, สุนิสา บุญนิล, และ ศิริวิมล คำประสพ
สำหรับบรรยากาศวันนี้ มีอดีตคนงานจากแอลฟ่าสปินนิ่ง บอดี้แฟชั่น และยานภัณฑ์ ยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ในพื้นที่ของ ก.พ.ร.เก่า และมีประชาชนนำดอกกุหลาบมามอบให้คนงานที่กำลังอดอาหารประท้วงทั้ง 6 คน
ต่อมา เวลา 9.30 น. ได้มีแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจเข้ามาตรวจร่างกายคนงานที่อดอาหารประท้วง
สำหรับผลตรวจสุขภาพเบื้องต้น มาลี อดอาหารมาแล้ว 6 วันนานที่สุด ร่างกายมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด เวลาเคลื่อนไหวต้องมีคนช่วยพยุง ธนพร อดอาหารมาแล้ว 4 วัน พบความดันสูง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวตั้งแต่ก่อนที่เธอจะอดอาหารประท้วง ส่วนคนอื่นๆ เพิ่งเข้าร่วมประท้วงอดอาหาร ทำให้ยังไม่เห็นผลกระทบทางร่างกาย
วิไล โทกอุทา กำลังตรวจร่างกาย
ผู้สื่อข่าวสอบถาม ธนพร วิจันทร์ สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และนักเรียกร้องสิทธิแรงงานที่มาช่วยเหลือคนงานยานภัณฑ์ ถึงความเป็นไปได้ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะส่งเรื่องเบิกงบประมาณรายจ่ายกลาง เพื่อช่วยเหลือคนงาน 4 บริษัท เข้าที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) หรือไม่
ธนพร เผยว่า เธอได้ประสานสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ตั้งแต่เมื่อวาน (16 มี.ค.) จะช่วยติดตามเรื่องที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่าขณะนี้มีหน่วยงานส่งความเห็นกลับมาที่สำนักเลขาฯ ครม.กี่หน่วยงานแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะทราบผลวันนี้ (17 มี.ค.)
ผู้สื่อข่าวสอบถามแหล่งข่าวว่ามีความคืบหน้าการยื่นเรื่องเบิกงบฯ กลางเข้าที่ประชุม ครม. พรุ่งนี้หรือไม่ โดยแหล่งข่าวระบุว่ายังไม่มีความคืบหน้า ทางภาครัฐกล่าวแต่เพียงว่าจะช่วยรวบรวมความเห็นของแต่ละหน่วยงานเพื่อเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 16.20 น. ตำรวจ สน.ดุสิต ยื่นคำขาดให้คนงานยานภัณฑ์ที่อดอาหารประท้วงหน้า ก.พ.ร. (เก่า) ย้ายออก และไปปักหลักที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนิน (นอก) ภายในเวลา 17.00 น.
แต่อย่างไรก็ตาม คนงานยืนยันจะปักหลักอดอาหารประท้วงที่หน้าสำนักงาน ก.พ.ร.เก่า ต่อไป
ทำไมต้องอดอาหารประท้วง
ผู้สื่อข่าวได้ร่วมพูดคุยกับตัวแทนอดีตคนงานยานภัณฑ์ 4 คน ประกอบด้วย ธนพร กรรณิการ์ วิไล และสุนิสา โดยพวกเธอเล่าว่าที่เลือกวิธีการอดอาหาร เนื่องจากมีการลองเคลื่อนไหวมาทุกวิธีแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือคนงาน จึงมาขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพราะว่าเขามีอำนาจสูงสุด
"เขาบอกว่าทำไมไม่ไปเรียกร้องกับนายจ้าง หรือกรมสวัสดิการฯ คือเราทำมาทุกอย่างแล้ว เราเลยอยากให้รัฐบาลมาช่วยเรา" สุนิสา กล่าว
ทั้งนี้ คนงานเคยไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจ สภ.บางพลี กรณีที่นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยคนงาน แต่คดียังอยู่ในชั้นสอบสวน
คนงานที่ร่วมอดอาหารประท้วงทั้งหมด 6 คน
ผลกระทบของคนงานยานภัณฑ์
เมื่อถามถึงในด้านผลกระทบ สุนิสา เผยว่าเธอกับแฟนทำงานส่งเงินให้ที่บ้านทั้งบ้านแฟน-บ้านตัวเอง และส่งจ่ายรถยนต์ที่เพิ่งซื้อมาด้วย พอตกงาน เงินเก็บที่มีอยู่มันก็ไม่ได้เยอะ มันพอใช้ชีวิตต่อได้แต่ไม่นาน ก็ต้องประหยัดเงิน ชีวิตได้รับผลกระทบทุกอย่าง บางคนเขาตนงาน มีลูกและก็มีบ้านด้วย อย่างของเพื่อนพี่เขาผ่อนบ้านกันเดือนละ 10,000 กว่าบาท มันก็ถือว่าหนัก
กลุ่มคนงานยานภัณฑ์ กล่าวต่อว่า บางคนไม่เข้าใจเรื่องนี้บอกว่าไปหางานทำดีกว่ามานั่งประท้วง แต่ว่าคนงานที่นี่ส่วนใหญ่อายุ 40 ปีขึ้นไป เมื่อถูกเลิกจ้างตอนอายุเยอะ ก็ไม่มีคนรับเข้าทำงาน สภาพร่างกายไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาวหรือคนอายุน้อยๆ ควงกะทำงานไม่ไหว บางคนก็มีโรคประจำตัว หรือถ้าสมมติว่ากลับไปบ้านนอก แล้วจะเอาเงินจากไหน บางคนไม่มีเงินเก็บด้วยซ้ำ คือเราหวังว่าถ้าเราได้เงินตรงนี้ มันก็พอจะทำให้เราตั้งตัวได้
ทั้งนี้ จากการสอบถามอดีตพนักงานยานภัณฑ์ ส่วนใหญ่คนงานถูกค้างค่าชดเชยจากการเลิกจ้างอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาทขึ้นไป
อยากให้รัฐบาล-พรรคการเมือง มารับฟังปัญหา
คนงานยานภัณฑ์ ระบุว่า เธออยากให้ สส.จากพรรคการเมืองต่างๆ และรัฐมนตรี มาเยี่ยมเยียนคนงาน เพื่อจะได้รับฟังปัญหาจากปากคนงานโดยตรง และจะได้ช่วยเหลือคนงาน
เมื่อถามก่อนหน้านี้มีตัวแทนรัฐบาลมาเยี่ยมบ้างหรือไม่ คนงานยานภัณฑ์ ระบุว่า ส่วนมากเป็น สส.พรรคประชาชน สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเท่านั้น
ส่วนกรณีที่มีคนตั้งคำถามว่าเป็นม็อบ 'พรรคส้ม' (ชื่อเล่นของพรรคประชาชน) หรือเปล่านั้น กลุ่มคนงานอยากอธิบายว่า พวกเธอเปิดรับ สส.ทุกพรรคการเมือง และรัฐบาล พวกเธอแค่มาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของแรงงาน ไม่ได้เป็นม็อบของพรรคไหน
“ถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ นายจ้างจะไม่กล้าทำแบบนี้ กฎหมายทำได้จริง แต่กฎหมายมันอยู่ไหน ตั้งกฎหมายมา แต่บังคับใช้อะไรไม่ได้เลย อย่างสมมติเราทำงานในโรงงาน เราไปขโมยเขาออกมา เขาจับเรา แต่ทีนายจ้างไม่จ่ายเรา ไม่มีคำว่ากฎหมายเข้ามา” คนงานยานภัณฑ์ กล่าว
ดอกไม้ที่ประชาชนเอามาร่วมให้กำลังใจ
อยากให้มีกองทุนประกันความเสี่ยง
คนงานยานภัณฑ์ กล่าวว่า สำหรับพวกเธออยากให้มีกองทุนประกันความเสี่ยงจากการเลิกจ้าง คือการบังคับให้นายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน และถ้ามีการเลิกจ้าง ก็จะเอาเงินกองทุนส่วนนี้มาจ่ายให้คนงาน
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากทิ้งท้าย คนงานยานภัณฑ์อยากสื่อสารต่อสังคม อยากให้ทุกคนมาให้กำลังใจพวกเธอในการต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานครั้งนี้ และอยากฝากให้รัฐบาลเอาใจใส่แรงงานมากขึ้น
"อันนี้มันเป็นสิทธิที่เราพึงมีพึงได้ เราก็ต้องมาเรียกร้องใช่ไหม วันนี้คุณอาจจะมีงาน แต่เราไม่รู้หรอกว่าวันหนึ่งข้างหน้าอาจจะเป็นบริษัทคุณก็ได้ ที่โดนปิดกิจการ ไม่ได้เงินค่าชดเชยเหมือนเรา ก็อยากให้ทุกคนให้กำลังใจเรา”
"อยากฝากบอกรัฐบาลว่า ชนชั้นกรรมกรหรือแรงงานมันมีความสำคัญระดับประเทศเหมือนกัน อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะๆ อย่างน้อยภาษีของเราที่จ่ายให้ในแต่ละปี แต่ละเดือน มันหมุนเวียนเยอะมาก มายกระดับแรงงานของเราในประเทศมันจะทำให้ประเทศพัฒนาได้มากขึ้น" กลุ่มคนงานยานภัณฑ์ ทิ้งท้าย
สำหรับ บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตอะไหล่รถยนต์ เบรก ครัช เกียร์ หรืออื่นๆ ให้กับซัปพลายเออร์ให้ยี่ห้อรถยนต์ชื่อดังอย่าง อีซูซุ และโตโยตา ได้ประกาศเลิกกิจการเมื่อ 26 พ.ย. 2567 โดยให้เหตุผลว่าขาดสภาพคล่อง ทำให้คนงานจำนวน 859 คนตกงานทันที และบริษัทค้างจ่ายค่าชดเชยฯ เป็นจำนวนเงิน 250 ล้านบาท
ต่อมา นายจ้างและลูกจ้างตกลงทำสัญญาแบ่งจ่ายค่าชดเชยจากการเลิกจ้างออกเป็น 3 งวด แบ่งเป็น งวดที่ 1 วันที่ 20 ธ.ค. 2567 จ่ายค่าชดเชยจำนวน 70% งวดที่ 2 วันที่ 27 ธ.ค. 2567 จ่ายค่าชดเชยจำนวน 20% และงวดที่ 3 วันที่ 27 ม.ค. 2567 จ่ายค่าชดเชยส่วนที่เหลือ 10% แต่เมื่อถึงวันที่ 20 ธ.ค. กลับไม่มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของพนักงานยานภัณฑ์ ทำให้คนงานเริ่มเคลื่อนไหว ทั้งปักหลักชุมนุมหน้าโรงงาน ยื่นหนังสือตามหน่วยงานรัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือจนกระทั่งผ่านมาประมาณ 2 เดือนกว่า นายจ้างยังไม่จ่ายค่าชดเชย และการช่วยเหลือ ดูเหมือนจะยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน
