Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ รวมพลังคัดค้าน "เวร 12 ชั่วโมง" ลั่นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ ระบุโปรดรับฟังความคิดเห็นของ "คนหน้างาน" อย่างแท้จริง พร้อมทั้งร่วมกันหาทางออกในการบริหารจัดการอัตรากำลังที่เหมาะสม เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับบุคลากรทางการแพทย์

สืบเนื่องภายหลังที่กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เสนอแนวคิดปรับรูปแบบการจัดเวรพยาบาลเป็น "เวร 12 ชั่วโมง" เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนและลดภาวะลาออกของพยาบาล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นจากการประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 2/2569

16 มี.ค. 2569 สวท.เชียงราย รายงานวันนี้ (16 มี.ค.) บริเวณลานหน้าเสาธง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ออกมารวมตัวกันแสดงจุดยืนพร้อมชูป้ายข้อความเพื่อคัดค้านนโยบายการปรับตารางการทำงานเป็นผลัดละ 12 ชั่วโมง

สำหรับการออกมาแสดงพลังในครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อเสนอส่วนกลางในการแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้วยการปรับผลัดเวรจาก 8 ชั่วโมงเป็น 12 ชั่วโมง ซึ่งแม้จะมีการชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าเป็นเพียงทางเลือก แต่กลุ่มบุคลากรที่ต้องปฏิบัติงานด่านหน้า เผชิญความตึงเครียดและต้องดูแลชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากมองว่า การทำงานติดต่อกันยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซ้ำยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนทำงาน และอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย

โดยบรรยากาศการรวมตัวเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยมีป้ายข้อความที่สื่อถึงความอัดอั้นและภาระที่หนักอึ้ง เช่น "คืนคุณภาพชีวิตให้พยาบาล บุคลากรหน้างานจะไม่ทน", "12 ชม. ไม่ได้ลด burnout แต่เพิ่มภาระ", "โปรดช่วยรับฟังความคิดเห็นของ 'ผู้ปฏิบัติงาน'", "เวร 12 ชม. มีผลต่อครอบครัว" และประโยคที่สะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดคือ "ลด Burnout คนไม่ใช่หุ่นยนต์"

ทั้งนี้กลุ่มผู้ปฏิบัติงานจึงขอส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจและผู้เกี่ยวข้อง ให้โปรดพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นของ "คนหน้างาน" อย่างแท้จริง พร้อมทั้งร่วมกันหาทางออกในการบริหารจัดการอัตรากำลังที่เหมาะสม เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับบุคลากรทางการแพทย์

เวร 12 ชม.ไม่ได้ตายตัว

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 24 ก.พ. 2569 เว็บไซต์ สำนักข่าว HFocus รายงานว่า นพ.ปวิตร วณิชชานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลละงู และประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า การจะปรับเป็นเวร 12 ชั่วโมงหรือคงไว้ที่ 8 ชั่วโมงนั้น "ไม่มีคำตอบตายตัว" แต่ต้องพิจารณาตามสถานการณ์และบริบทของแต่ละโรงพยาบาล

นพ.ปวิตร มองว่า บางแผนกอาจเหมาพสมกับการทำเวร 12 ชม. แต่บางแผนกอาจหนักเกินไป ยกตัวอย่าง หน่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน (ER) หรือหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ซึ่งเป็นงานที่มีความเข้มข้นสูง ต้องติดตามอาการใกล้ชิดตลอดเวลา การทำงานต่อเนื่อง 12 ชั่วโมงอาจทำให้เกิดความอ่อนล้าเกินไป ขณะที่บางตึกหรือบางวอร์ดที่ภาระงานไม่หนักมาก อาจสามารถปรับเป็น 12 ชั่วโมงได้ 

"มันขึ้นอยู่กับจำนวนพยาบาลที่มีอยู่ ความยากง่ายของงาน และบริบทของโรงพยาบาลนั้นๆ" นพ.ปวิตร กล่าว

ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ รพ. 

นพ.ปวิตร ระบุว่า ปัจจุบันมีบางโรงพยาบาลที่ใช้รูปแบบผสม คือบางตึกจัดเวร 12 ชั่วโมง ขณะที่บางตึกยังคง 8 ชั่วโมง ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนมีความพึงพอใจ เพราะได้วันหยุดต่อเนื่องเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังอยู่ในดุลยพินิจของแต่ละโรงพยาบาล เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้ออกระเบียบหรือข้อบังคับชัดเจน และปัจจุบันระเบียบการเบิกจ่ายรองรับได้ทั้ง 8 และ 12 ชั่วโมง

มุมมองต่อภาระงานพยาบาล "หนักอยู่แล้ว"

เมื่อถูกถามถึงความหนักของงานพยาบาลในรพ.ชุมชน นพ.ปวิตร ระบุว่า บริบทวันนี้แตกต่างจากอดีต ทั้งจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และความคาดหวังของระบบบริการสุขภาพ ทำให้การเปรียบเทียบโดยตรงกับอดีตทำได้ยาก วิชาชีพพยาบาลเป็นงานที่หนักอยู่แล้ว ต้องดูแลผู้ป่วย รับคำสั่งการรักษาจากแพทย์ และทำงานต่อเนื่องตลอดเวล ดังนั้น การปรับรูปแบบเวรจึงต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพการบริการและคุณภาพชีวิตของบุคลากรควบคู่กัน

”ไม่ได้คัดค้านแนวคิดเวร 12 ชั่วโมง และเห็นว่าสามารถทดลองนำร่องได้ หากมีข้อมูลสนับสนุนทั้งด้านผลลัพธ์การบริการ ความพึงพอใจบุคลากร และความปลอดภัยของผู้ป่วย เรื่องนี้คงต้องฟังทั้งสองด้าน แล้วประเมินตามบริบทของแต่ละแห่ง ความเหมาะสมสำคัญที่สุด” นพ.ปวิตร กล่าวทิ้งท้าย

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง