องค์กร-เครือข่ายภาคประชาสังคมไทยที่จับตา FTA ไทย-อียู ยื่นหนังสือถึงคณะผู้จัดทำการประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืนทางการค้า (Trade Sustainability Impact Assessment: SIA) ความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป เพื่อเสนอความเห็นของภาคประชาสังคมไทยต่อการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบดังกล่าว

Trade Sustainability Impact Assessment: SIA
โดยภาคประชาสังคมไทยมีข้อกังวลสำคัญต่อทั้งกรอบการประเมิน SIA และการเจรจาความตกลงการค้าเสรีที่กำลังดำเนินอยู่ ดังนี้
การเลือกประเด็นสิทธิมนุษยชนที่คับแคบในการประเมิน การสูญเสียพื้นที่เชิงนโยบาย และผลกระทบเชิงลบของความตกลงที่ไม่อาจแก้ไขได้
ภาคประชาสังคมไทยเห็นว่ากรอบการประเมินไม่แข็งแรงเพียงพอ โดยการสังเกตจากแนวทางของคำถามในการสัมภาษณ์ กรอบดังกล่าวขาดความสมดุลมีมุมมองในเรื่องสิทธิมนุษยชนที่จำกัดและไม่ครอบคลุม ให้ความสำคัญสิทธิมนุษชนบางส่วน โดยจำกัดอยู่เพียงสิทธิแรงงานและสิทธิในการมีส่วนร่วมเท่านั้น โดยขอเน้นย้ำว่า ในบริบทของการประเมิน SIA สิทธิมนุษยชนไม่ควรถูกตีความอย่างแคบหรือจำกัดอยู่เพียงสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเท่านั้น หากแต่ต้องครอบคลุมถึงสิทธิในการมีสุขภาพที่ดี สิทธิในอาหาร สิทธิในการมีมาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสม สิทธิในการดำรงชีวิต และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ตามที่ได้รับการรับรองไว้ในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
บทบัญญัติในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีที่ส่งผลต่อการเข้าถึงยา ระบบเมล็ดพันธุ์และความมั่นคงทางอาหาร การกำกับดูแลด้านสาธารณสุข การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน และธรรมาภิบาลดิจิทัล อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงขอเรียกร้องให้การประเมิน SIA ยึดแนวทางสิทธิมนุษยชนแบบองค์รวมและยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ มากกว่าเฉพาะผลประโยชน์การค้า
กรอบการประเมินดังกล่าวยังขาดความสมดุล โดยเน้นการขยายตัวทางการค้าและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่ยังไม่สามารถวิเคราะห์การสูญเสียพื้นที่เชิงกฎระเบียบ พื้นที่ทางการคลัง และพื้นที่เชิงนโยบายของรัฐได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข เกษตรกรรม ธรรมาภิบาลดิจิทัล และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
ข้อเรียกร้องบางประการในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป เช่น กฎทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินกว่าความตกลง TRIPS (TRIPS-plus) กฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การคุ้มครองพันธุ์พืชที่สอดคล้องกับอนุสัญญา UPOV 1991 ข้อผูกพันด้านการค้าดิจิทัลที่มีผลผูกพันสูง และการเปิดเสรีภาษีสินค้าที่เป็นอันตราย อาจก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาวและอาจไม่สามารถแก้ไขได้ ความเสี่ยงเหล่านี้ควรถูกระบุและประเมินอย่างจริงจัง มิใช่ถูกมองเป็นเพียง “ต้นทุนในการปรับตัว”
ทรัพย์สินทางปัญญาและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: ผลกระทบต่อการเข้าถึงยา
ทั้งนี้ มีความกังวลว่าการวิเคราะห์ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐยังไม่สะท้อนอย่างชัดเจนว่าบทบัญญัติเหล่านี้จะส่งผลต่อการเข้าถึงยาในราคาที่ไม่แพง ความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การแข่งขันของยาชื่อสามัญ ความมั่นคงด้านยาของประเทศ รวมถึงความสามารถของรัฐในการกำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านเภสัชกรรมและการแพทย์
มาตรการ TRIPS-plus เช่น การคุ้มครองข้อมูลยา การขยายอายุสิทธิบัตร และการผูกขาดตลาด เมื่อรวมกับข้อผูกพันด้านการจัดซื้อจัดจ้าง อาจส่งผลให้การเข้าสู่ตลาดของยาชื่อสามัญล่าช้า ราคายาสูงขึ้น และจำกัดความสามารถของรัฐในการดำเนินนโยบายด้านสาธารณสุข
ทางภาคประชาสังคมไทยขอเสนอให้การประเมิน SIA จัดทำกรอบการวิเคราะห์เฉพาะด้านการเข้าถึงยา โดยประเมินผลกระทบร่วมของมาตรการเหล่านี้ต่อราคายา การเข้าสู่ตลาด การเข้าถึง ภาระงบประมาณของรัฐ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาในประเทศ และพื้นที่เชิงนโยบาย
เกษตรกรรม ความมั่นคงทางอาหาร การเข้าถึงตลาด และการคุ้มครองพันธุ์พืช (UPOV 1991)
มีความกังวลว่าการประเมิน SIA อาจประเมินความเสี่ยงเชิงซ้อนที่เกิดจากการคุ้มครองพันธุ์พืชแบบ TRIPS-plus การเปิดเสรีภาษี และข้อผูกพันด้านการเข้าถึงตลาดต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับให้สอดคล้องกับอนุสัญญา UPOV 19
1. เมล็ดพันธุ์ การคุ้มครองพันธุ์พืช และความมั่นคงทางอาหาร (UPOV 1991)
การประเมิน SIA อาจมองข้ามผลกระทบเชิงโครงสร้างและในระยะยาวของการคุ้มครองพันธุ์พืชแบบ TRIPS-plus โดยเฉพาะบังคับให้แก้กฎหมายให้เป็นไปตาม UPOV 1991ข้อผูกพันดังกล่าวอาจจำกัดสิทธิของเกษตรกรในการเก็บ รักษา แลกเปลี่ยน และใช้เมล็ดพันธุ์ เพิ่มต้นทุนการผลิตและราคาเมล็ดพันธุ์ กระจุกอำนาจการควบคุมเมล็ดพันธุ์ไว้ในมือของบรรษัทข้ามชาติไม่กี่ราย ลดความหลากหลายทางชีวภาพ และบ่อนทำลายความมั่นคงทางอาหารในระดับชาติและชุมชน
ผลกระทบเหล่านี้ไม่สามารถสะท้อนออกมาได้อย่างเพียงพอผ่านการวิเคราะห์ด้านภาษีหรือสินค้าเพียงอย่างเดียว พวกเราจึงขอเรียกร้องให้การประเมิน SIA พิจารณาผลกระทบร่วมของกฎทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์ต่อเกษตรกรรายย่อย ระบบเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว และจัดให้ประเด็นเหล่านี้เป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูงในแผนที่ความยั่งยืน (sustainability heat map)
2. การเข้าถึงตลาด ภาษี ความปลอดภัยด้านอาหาร และการคุ้มครองผู้ผลิตรายย่อย
การเปิดเสรีทางการค้าในภาคเกษตรไม่ควรดำเนินไปในลักษณะที่บ่อนทำลายผู้ผลิตรายย่อยและรายกลาง หรือกระทบต่อสาธารณสุขและความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะการลดภาษีสินค้าที่มีความอ่อนไหว เช่น เนื้อสุกร เครื่องในสัตว์ ข้าวโพด ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์และอาหารสัตว์อื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนต่ำกว่า ขนาดการผลิตใหญ่กว่า และอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่แตกต่าง
การลดภาษีอย่างรวดเร็วหรือในระดับลึกอาจส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยสูญเสียอาชีพ เกิดการกระจุกตัวของตลาดและการย้ายถิ่นจากชนบทเพิ่มขึ้น รวมถึงทำให้ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตมากขึ้น ในขณะเดียวกัน การนำเข้าเนื้อสัตว์และเครื่องในที่ผลิตโดยใช้สารเคมีในกระบวนการเลี้ยงหรือการผลิตในปริมาณสูง ยังสร้างความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะในบริบทที่ขีดความสามารถในการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายมีข้อจำกัด
การประเมิน SIA ควรประเมินผลกระทบเชิงการกระจายต่อเกษตรกรรายย่อยและชุมชนชนบทอย่างชัดเจน มิใช่อาศัยเพียงตัวชี้วัดด้านสวัสดิการรวมหรือปริมาณการค้า และที่สำคัญ ประเทศไทยต้องคงไว้ซึ่งความสามารถอย่างเต็มที่ในการบังคับใช้มาตรการด้านสุขาภิบาล สาธารณสุข และการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มงวดและทันที รวมถึงมาตรการเฉพาะสำหรับเครื่องในที่ไม่เหมาะต่อการบริโภค ความปลอดภัยด้านอาหาร และสุขภาพสัตว์ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยข้อผูกพันทางการค้า
การค้าดิจิทัล การคุ้มครองผู้บริโภค และขีดความสามารถด้านกฎระเบียบ
เครือข่ายภาคประชาสังคมยินดีต่อการบรรจุประเด็นสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดงออกไว้ในกรอบสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ดี สิทธิเหล่านี้ต้องเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรมกับการวิเคราะห์กฎการค้าดิจิทัล เช่น การไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน การจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ การกำกับดูแลแพลตฟอร์ม ความมั่นคงไซเบอร์ และการคุ้มครองผู้บริโภค
แต่ก็มีความกังวลว่าข้อผูกพันด้านการค้าดิจิทัลที่มีผลผูกพันสูงอาจจำกัดความสามารถของประเทศไทยในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดด้านสถาบันและทรัพยากรที่มีอยู่ ดังนั้น การประเมิน SIA จึงควรพิจารณาไม่เพียงแต่ข้อผูกพันทางกฎหมาย หากแต่รวมถึงขีดความสามารถในการบังคับใช้จริง การประเมินความเสียหายต่อผู้บริโภค และความเสี่ยงต่อการกำกับดูแลเชิงประชาธิปไตย โดยต้องครอบคลุมถึง อำนาจการตรวจสอบเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การประเมินประสิทธิภาพของกลไกการเยียวยาข้ามพรมแดน ตลอดจนพิจารณาความรับผิดชอบของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับการชดเชยเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม และมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพและเท่าเทียมกัน
การเปิดเสรีภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สาธารณสุข และผู้ผลิตรายย่อย
ภาคประชาสังคมไทยได้แสดงความกังวลมาโดยตลอดว่า การเปิดเสรีภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสาธารณสุขและผู้ผลิตรายย่อยภายในประเทศ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าทั่วไป และการเพิ่มการเข้าถึงและการตลาดย่อมส่งผลกระทบทางสังคมและสุขภาพที่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน
ขอเรียกร้องให้การประเมิน SIA วิเคราะห์ภาคส่วนนี้โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสาธารณสุขและความเสี่ยงต่อการถูกเบียดขับของผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงประเมินมาตรการคุ้มครองและการกำกับดูแลที่จะป้องกันหรือบรรเทาผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม มาตรการด้านคาร์บอน และความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะถูกใช้เป็นแหล่งทิ้งขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์
แม้ว่าร่างรายงานขั้นต้นจะเสนอกรอบการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงมีความกังวลว่ากรอบดังกล่าวยังไม่เพียงพอในการรับมือกับความเสี่ยงที่ประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นปลายทางสำหรับการทิ้งขยะพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ของเสียอันตราย และสินค้าที่ผ่านการปรับสภาพใหม่ อันเป็นผลมาจากการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป การประเมิน SIA ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างเพียงพอว่าการเพิ่มขึ้นของการไหลเวียนทางการค้า ความแตกต่างของกฎระเบียบระหว่างประเทศ และช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย อาจเอื้อให้เกิดการส่งออกของเสียมายังประเทศไทยได้อย่างไร อีกทั้งยังไม่ได้พิจารณาอย่างรอบด้านถึงข้อจำกัดของขีดความสามารถในการจัดการของเสียและการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่ามาตรการด้านสภาพภูมิอากาศหรือคาร์บอนอาจก่อให้เกิดภาระต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ไม่สมส่วนต่อผู้ผลิตรายย่อย ขณะเดียวกันกลับไม่สามารถป้องกันแนวปฏิบัติทางการค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการผลักภาระด้านสิ่งแวดล้อมไปยังประเทศที่มีขีดความสามารถด้านกฎระเบียบและการบังคับใช้กฎหมายที่จำกัดกว่า
ขอเรียกร้องให้ทีม SIA ระบุความเสี่ยงเหล่านี้อย่างชัดเจน เป็นรายภาคส่วน และให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการวิเคราะห์เส้นทางการค้าของขยะและของเสีย ช่องโหว่ทางกฎระเบียบ และขีดความสามารถในการติดตามตรวจสอบ แทนการพึ่งพาการวิเคราะห์เชิงคุณภาพหรือมาตรการบรรเทาผลกระทบโดยสมัครใจเพียงอย่างเดียว
สิทธิแรงงานและความสมดุลของข้อผูกพัน
ภาคประชาสังคมไทยสนับสนุนให้ประเทศไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 อย่างไรก็ดี ประเด็นสิทธิแรงงานไม่ควรถูกใช้เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนกับการยอมรับข้อผูกพันที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนในมิติอื่น ยังมีข้อสังเกตว่าบทว่าด้วยการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนมีลักษณะเป็นความร่วมมือโดยสมัครใจและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ในขณะที่บทอื่นของความตกลงกลับมีข้อผูกพันที่เข้มงวดและสามารถบังคับใช้ได้
ในขณะเดียวกัน กรอบการประเมินและกระบวนการสัมภาษณ์ให้ความสำคัญอย่างมากกับการระบุข้อจำกัดของประเทศไทยในด้านนโยบาย กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่ยังขาดการพิจารณาอย่างเพียงพอต่อเนื้อหาและข้อบกพร่องของบทบัญญัติภายใต้ความตกลงที่เสนอโดยสหภาพยุโรป
ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อเสนอหลายประการอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการมีสุขภาพที่ดี การเข้าถึงยา สิทธิของเกษตรกร และสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสิทธิแรงงาน สิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง
ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้สหภาพยุโรปพิจารณาทบทวนข้อเสนอในการเจรจาของตนอย่างรอบด้าน และให้ความสำคัญกับการออกแบบข้อผูกพันที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนแบบองค์รวม โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสวัสดิภาพของประชาชนในประเทศคู่เจรจา
องค์กร-เครือข่ายภาคประชาสังคมไทยที่จับตา FTA ไทย-อียู หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และจดหมายนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรี และการปรับท่าทีการเจรจาของคณะผู้แทนเจรจาของสหภาพยุโรปให้คำนึงถึงผลกระทบด้านความยั่งยืนทางการค้าและสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
