Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เกริ่นนำ

บทความนี้เกิดจากการได้ชมวีดีโอของช่อง “ประวัติศาสตร์นอกตำรา” (2567) ในชื่อเรื่อง “แปลก..ที่อินโดนีเซียมีหลายศาสนา แต่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว” การนำเสนอในคลิปนี้มีความคลาดเคลื่อนหลายจุด ไม่เฉพาะแต่ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นการมองแบบเอาไทยเป็นศูนย์กลางจึงทำให้ไม่เห็นความสำคัญของผู้ที่มีบทบาทในการฟื้นฟูศาสนาจริงๆ และไม่เห็นความซับซ้อน/ขัดแย้งของสังคมอินโดนีเซีย

ความหมายที่ซ่อนเร้นของคำว่า “เอกภาพ”

เราอาจเข้าใจอำนาจของคำนี้ดีหากมีคนบอกให้เราต้องเป็นเอกภาพ ต้องเป็นหนึ่งเดียว ต้องสามัคคี เพราะนั่นเป็นวิธีคิดช่วงสร้างชาติที่ต้องหลอมรวมคนเป็นหนึ่งเดียวกันโดยอิงกับหลักบางอย่าง ในไทยจะยึดกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในอินโดฯ ก็เช่นกัน สิ่งนั้นคือ ปัญจสีละ (Pancasila) ซึ่งคนที่คิดต่างหรือไม่เคารพต่อสิ่งนั้นจะต้องถูกลงโทษ พูดอีกอย่างคือ “ที่เป็นหนึ่งเดียวกันเพราะถูกบังคับ”

โฆษณา - Advertising

อินโดนีเซียไม่ได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาแบบที่เชื่อกัน ปัจจุบันมี 6 ศาสนาที่ถูกรับรองโดยรัฐ คือ อิสลาม คาทอลิค โปรเตสแตนท์ ฮินดู พุทธ ขงจื้อ และไม่นานมานี้เพิ่งให้ระบุว่านับถือศาสนาพื้นเมือง/บรรพบุรุษ ได้ด้วย “รัฐรับรอง” หมายถึงมีงบประมาณจากกระทรวงศาสนาให้ในแต่ละปี และมีกฎหมายคุ้มครองศาสนา ซึ่งอันหลังนี้ลดทอนความหลากหลายของศาสนาไปมาก

ภาพ: ศาสนาในอินโดนีเซียจากช่องประวัติศาสตร์นอกตำรา

ช่องประวัติศาสตร์นอกตำรานำเสนอเพียง 4 ศาสนา ซึ่งจริงๆ แล้วรัฐให้การรับรอง 6 ศาสนา จากรายงานในปี 2022 จำนวนประชากร 277.3 ล้านคน 87.2% เป็นมุสลิม 7% เป็นโปรเตสแตนท์ 2.9% เป็นคาทอลิค 1.7% เป็นฮินดู 0.7% เป็นพุทธ 0.5% เป็นขงจื้อ และ 1.3% เป็นศาสนาอื่นๆ (U.S. Department of State, 2022)

อินโดนีเซียยังให้การรับรองคาทอลิคและโปรเตสแตนท์เป็นคนละศาสนา ซึ่งสอดรับกับความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน คือแม้พวกเขาจะใช้คัมภีร์เดียวกัน แต่ก็แยกกันทำพิธีกรรม แยกโบสถ์ มีสาวกเป็นของตนเอง และสถาบันทางศาสนาก็แยกกันบริหาร/ปกครองอีกด้วย เราอาจสับสนเมื่อถามคนอินโดฯ ว่าเป็นคริสต์ไหม เขาจะบอกว่าเขาเป็นคาทอลิค ไม่ใช่คริสต์ (เพราะ Christian หมายถึงโปรเตสแตนท์ ซึ่งเป็นคนละศาสนากัน)

ไทยไม่ได้เป็นผู้ฟื้นฟูพุทธเถรวาทในอินโดนีเซีย

นาทีที่ 9 ของคลิปบอกว่า “ก่อนหน้านี้พุทธศาสนามหายานมีการนับถือกันบ้างในกลุ่มคนจีน แต่หลังได้รับเอกราชใน ปี ค.ศ. 1945 คนพื้นเมืองก็มาสนใจศาสนาพุทธมากขึ้น จนในปี 1970 พระศาสนโสภณ (เจริญ สุวฑฺฒโน) ได้ไปฟื้นฟูศาสนาฝ่ายเถรวาทขึ้น มีการอุปสมบทชาวอินโดฯ 5 คน ทำให้พุทธเถรวาทกลับคืนสู่อินโดนีเซียอีกครั้ง กว่า 50 ปีที่พระธรรมทูตได้ทำงานที่นั่น ทำให้คนอินโดนีเซียได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง ว่าต้องใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุผล” เหมือนสื่อว่า ชาวพุทธมหายานเป็นพวกงมงายไร้เหตุผล

ความจริงก็คือ พุทธเถรวาทเติบโตมาก่อนการเข้ามาของพุทธไทย พระธรรมทูตไทยเองก็ถูกนิมนต์ไปสอนโดยพระอินโดฯ ในแง่มหายาน อินโดฯ มีศาลเจ้า Jin de Yuan ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Vihara Dharma Bhakti ในจาการ์ต้าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1650 มีพระสงฆ์จําพรรษาไม่น้อยกว่า 18 รูป แน่นอนว่ามหายานเดินทางสู่เกาะเหล่านี้ (รวมทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์) ผ่านพ่อค้าชาวจีน

มีการตั้งสมาคมเทววิทยา (Theosophical Society) โดยชาวตะวันตกที่มากับอาณานิคมขึ้นในชวากลางเมื่อปี 1883 มีการศึกษาคัมภีร์ทางพุทธศาสนากันในหมู่ชนชั้นนำ ต่อมาเกิดสมาคมชาวพุทธชวา (Java Buddhist Association) ขึ้นในปี ค.ศ. 1929 อาจถือเป็นสมาคมพุทธอันเเรก เพราะสมาคมเทววิทยามีการศึกษาหลายศาสนา สมาคมชาวพุทธชวาเน้นไปทางเถรวาท เนื่องจากสมาคมนี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับองค์กรธรรมทูตพุทธนานาชาติ (International Buddhist Mission) ของพม่า

พระเถรวาทรูปแรกที่ช่วยฟื้นฟูพุทธศาสนาคือ Narada จากศรีลังกา เป็นพระนักวิชาการที่พูดภาษาอังกฤษได้ จากการช่วยเหลือของสมาคมชาวพุทธในสิงคโปร์ Narada ได้พบปะ สอนธรรมะและทำพิธีกรรมต่างๆ 3 สัปดาห์ในเดือนมีนาคม 1934 ซึ่งส่งผลให้ชาวพุทธกลุ่มต่างๆ ได้รวมตัวกันขับเคลื่อนงานศาสนาต่อ หากเราถามชาวพุทธอินโดฯ เชื่อว่าพวกเรารู้จักชื่อของ Narada ในฐานะผู้มีคุณูปการต่อศาสนามากกว่า และไม่แน่ใจว่าพวกเขารู้จักพระศาสนโสภณไหม แต่คนที่สำคัญและมีชื่ออยู่จนปัจจุบันคือ ชินรักขิตะ

ชินรักขิตะ เป็นคนอินโดฯ เชื้อสายจีน เชื่อกันว่าเป็นพระเถรวาทรูปแรกของอินโดนีเซีย เขาบวชเป็นสามเณรในมหายานนิกายเซน กับหลวงพ่อ Pen Ching ในปี 1953 และในปี 1954 ได้บวชเป็นพระเถรวาทกับ Mahasi Sayadaw ในพม่า และเรียนรู้วิปัสสนาที่นั่นด้วย (เจษฎา บัวบาล, 2567ก, น. 2-10) เมื่อกลับมาเขาก็เป็นหนึ่งในตัวแทนชาวพุทธในการทำงานเผยแผ่อย่างจริงจัง ชักชวนฆราวาสมาฝึกอบรมให้สวดมนต์ ทำพิธีกรรมและเทศน์สอนเพื่อส่งไปเป็นผู้นำชาวพุทธในที่ต่างๆ

ชินรักขิตะเดินทางไปเกาะต่างๆ เพื่อสอนพุทธศาสนา จนในปี 1969 เขาได้นิมนต์พระธรรมทูตไทยให้ไปช่วยเผยแผ่ที่นั่นโดยรับรองว่าจะหาที่พักและอาหารให้ นั่นคือเขาและชาวพุทธฆราวาสสอนเถรวาทอยู่ก่อนแล้วราว 15 ปีกว่าพระไทยจะเข้าไป ในปัจจุบันนี้ ชาวพุทธจำนวนมากที่สุดเป็นของกลุ่มชินรักขิตะ ที่เรียกว่าพุทธยาน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อพระไทยเข้าไป พระไทยมีความสัมพันธ์กับสถานทูตไทย จึงเข้าถึงเครือข่ายข้าราชการและนักการเมืองของอินโดฯ จนมีบทบาทสำคัญช่วงวันวิสาขบูชาจริงๆ แต่นั่นก็เกิดขึ้นเมื่อหลังปี ค.ศ. 2000

นาทีที่ 14 ของคลิปกล่าวว่า ปัจจุบันอินโดนีเซียมี 150 วัด เป็นของมหายาน 100 และของเถรวาท 50 แต่ความจริงคือ สถิติวัดพุทธที่รวมทุกนิกายโดยการรายงานของกระทรวงศาสนาในปี 2022 อินโดนีเซียมี 2,436 วัด และมีวัดที่ดูแลโดยพระธรรมทูตเพียง 30 วัด (เจษฎา บัวบาล, 2567ก, น, 16)

ประเทศที่ไม่มีเสรีภาพ จะมีความหลากหลายไม่ได้

นาทีที่ 12 เป็นบทสัมภาษณ์หลวงพ่อสุจิตในจาการ์ต้า ท่านกล่าวว่า “คนอินโดฯ ให้ความสำคัญกับศาสนามากกว่าคนไทย แม้พิธีแต่งงานก็มาจัดที่วัด” ซึ่งจริงว่าความเป็นคนส่วนน้อยอาจมักต้องทำให้อัตลักษณ์ของตัวเองดูเด่นชัดในที่สาธารณะ แต่เหตุผลสำคัญก็เพราะรัฐที่สนับสนุนศาสนาแบบอินโดฯ จะพยายามเข้าควบคุมชีวิตประจำวันของผู้คน รวมทั้งพิธีแต่งงาน ที่จะต้องจัดให้ถูกต้องตามหลักศาสนาที่รัฐรับรอง ก่อนจะได้ทะเบียนสมรสที่ออกโดยรัฐ จะต้องเอาทะเบียนสมรสทางศาสนาที่เซ็นต์โดยผู้นำของศาสนานั้นๆ มายื่น (เจษฎา บัวบาล. (2567ข)

เช่นเดียวกับการบังคับเรียนศาสนา แม้อินโดฯ จะดูเคารพความหลากหลาย คือไม่บังคับให้เด็กพุทธต้องเรียนอิสลาม แต่เด็กพุทธต้องเรียนวิชาพุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งพุทธเถรวาทมีอิทธิพลอย่างมากและเป็นกระแสหลักมาตั้งแต่สมาคมชาวพุทธชวา นั่นคือ นักเรียนที่เป็นมหายาน วัชรยาน อนุตรธรรม นิชิเรน ฯลฯ ก็จะต้องเรียนเถรวาท ผมจึงไม่แน่ใจว่านี่คือการเคารพความหลากหลายอยู่ไหม

ภาพ: รร.ประถมฯ Sumogawe ในชวากลาง ซึ่งคล้ายโรงเรียนรัฐทั่วไปที่ให้มีศาสนสถานหรือสัญลักษณ์ของทั้ง 6 ศาสนา
เพื่อสนับสนุนความหลากหลาย โครงการนี้เริ่มในปี 2011

การบอกว่าอินโดฯ เคารพศาสนาอื่นด้วยการให้วิสาขบูชาเป็นวันหยุด อันนี้ดูไม่แปลกนัก เพราะหลายประเทศเช่นมาเลเซียที่มีอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติก็รับรองแบบนั้น แต่ประเด็นคือ ศาสนาอื่นๆ ได้วันหยุดแค่วันเดียว แต่วันหยุดของศาสนาอิสลามมีเยอะมาก แบบที่ไทยก็ให้วันคริสมาสต์ วันตรุษจีน เป็นต้นเป็นวันหยุด แต่หลักๆ คือหยุดเกือบทุกวันสำคัญของศาสนาพุทธ เรายังจะพูดได้ไหมว่ารัฐไทย/อินโดฯ มีความเป็นธรรมหรือหลากหลาย

นาทีที่ 16 คลิปนำเสนอว่า รัฐบาลอินโดนีเซียให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และเผยแผ่ศาสนาของตนได้ ตราบที่ไม่ไปกระทบกับความมั่นคงของรัฐและความสงบของสังคม อันนี้สำคัญมากๆ เพราะความมั่นคงถูกตีความได้อย่างกว้าง ในปี 2018 ชาวเมดานชื่อ Meiliana ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ด้วยข้อหาวิจารณ์ว่าเสียงอาซานละหมาดของมัสยิดดังเกินไป (VOA New, 2018)

หรือในปี 2017 ผู้ว่าการจาการ์ต้า Ahok Purnama ก็ถูกจำคุก 2 ปีด้วยข้อหาวิจารณ์/บิดเบือนคำสอนศาสนาอิสลามในการปราศรัยของเขา (BBC, 2017) นี่เป็นเพียงตัวอย่างของตีความกฎหมายอย่างกว้างมากๆ ยังไม่ต้องกล่าวถึงอีกหลายคดีที่เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มศาสนิกด้วยกันเอง ที่อิสลามกระแสหลักใช้จัดการคนคิดต่าง/มุสลิมนิกายอื่น อ่านได้ในงานของ Al Makin (2016)

ปิดท้าย

ความหลากหลายทางศาสนาของอินโดนีเซียก็คล้ายประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่รัฐยังให้การสนับสนุน รับรองและควบคุมศาสนาอย่างเคร่งครัด หมายความว่า จะมีบางศาสนา/บางนิกายเท่านั้นที่ถูกเลือกเพื่อให้รับรอง ขณะเดียวกันก็ให้อำนาจกับองค์กรศาสนาพวกนั้นเพื่อจัดการคนกลุ่มอื่น ความน่าสนใจของอินโดฯ คือ จนปัจจุบันนี้ก็ยังใช้ motto “เอกภาพบนความหลากหลาย” และดูเหมือนจะได้ใจคนอินโดฯ ด้วย

นั่นคือพวกเขาต่างรู้ดีว่าไม่ควรคิดต่างหรือแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เป็นกระแสหลัก เพราะจะทำให้สูญเสียเอกภาพ และหากถึงวันสำคัญของศาสนาอื่น ก็ควรแสดงความใจกว้างด้วยการรวมตัวกันไปตามศาสนสถานของคนอื่นเพื่อแสดงความยินดี เช่น วันวิสาขะก็จะมีมุสลิมมาแสดงความยินดีที่วัด วันสิ้นสุดรามาฎอนก็จะมีชาวพุทธไปแสดงความยินดีจับมือกันที่มัสยิด (ดูตัวอย่างใน Buddhazine, 2025) และภาพเหล่านี้ก็ถูกเอามานำเสนอจนปกปิดความไม่เป็นธรรมและการละเมิดเสรีภาพของคนกลุ่มอื่นไป

จริงๆ แล้วสิ่งที่สารคดีเรื่องนี้ของ “ประวัติศาสตร์นอกตำรา” นำเสนอ ควรเรียกว่าเป็น “ประวัติศาสตร์ในตำรา” หรือ “ประวัติศาสตร์แบบสงครามเย็น” มากกว่า แบบเดียวกับการที่ใครสักคนทำสารคดีเรื่องศาสนาในไทยแล้วนำเสนอว่า แม้ประเทศไทยจะหลากหลาย แต่คนไทย/รัฐไทยก็ใจกว้าง มีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ให้เสรีภาพกับคนกลุ่มต่างๆ .. ทำนองนั้นครับ

 

อ้างอิง

BBC. (2017). Jakarta governor Ahok found guilty of blasphemy. Accessed from https://www.bbc.com/news/world-asia-39853280

Buddhazine. (2025). Dusun Thekelan, Desa Batur, Kec. Getasan contoh indah toleransi. Accessed from https://tinyurl.com/yvwpf99b

Makin, A. (2016). Challenging Islamic orthodoxy: Accounts of Lia Eden and other prophets in Indonesia. Springer.

U.S. Department of State. (2022). Report on International Religious Freedom: Indonesia. Accessed from https://tinyurl.com/an75kfyd

VOA New. (2018). Indonesian Woman's Jailing Over Mosque Noise Sparks Backlash. Accessed from https://tinyurl.com/45pve3x6

เจษฎา บัวบาล. (2567ก). พุทธแบบไทยในอินโดนีเซีย: พิธีกรรม อำนาจรัฐและปฏิสัมพันธ์กับคนต่างศาสนาของพระไทย ผ่านการศึกษาทางมานุษยวิทยา. ตรัง. เข้าถึงจาก https://tinyurl.com/mr8ubmcn

เจษฎา บัวบาล. (2567ข). พระพุทธเจ้าเป็นพยานรัก: พิธีสมรสหน้าพระพุทธรูปของชาวพุทธในอินโดนีเซีย. เข้าถึงจาก https://prachatai.com/journal/2024/07/110065

ประวัติศาสตร์นอกตำรา. (2567). แปลก..ที่อินโดนีเซียมีหลายศาสนา แต่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว I ประวัติศาสตร์นอกตำรา EP. /245. เข้าถึงจาก https://tinyurl.com/yauk4rvw

 

หมายเหตุ: ภาพปกจาก pexels.com https://www.pexels.com/photo/two-women-dancing-while-wearing-dresses-at-night-time-1477310/

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising